เฉินหนิงซีมาเที่ยวโยวเล่อเป็นครั้งแรก ไม่รู้เลยว่าการโต้ตอบกับคนดูจะดุเดือดขนาดนี้ พอกลับมานั่งที่เดิม หัวใจก็ยังเต้นแรงไม่หยุด ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าเหลียงเหลยมีความสุขกับอะไร แต่สำหรับเหลียงเหลยแล้ว เรื่องแบบนี้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ทว่าพอคนที่อยู่ตรงนั้นเป็นเฉินหนิงซี เธอกลับตื่นเต้นจนกรี๊ดออกมาไม่หยุด
“หนิงซี ฉันส่งวิดีโอเมื่อกี้ให้แล้วนะ ระดับความหวานชวนใจเต้นเต็มพิกัด สายตาของพวกเธอสองคนแทบจะมีเส้นใยเชื่อมถึงกันแน่ะ อืม~~ อิจฉาจัง”
“อย่าพูดไปเรื่อย ไม่มีสักหน่อย” เฉินหนิงซีสังเกตเห็นเฉิงเฉียวเป่ยกำลังมองเธอผ่านฝูงชน ยิ่งทำให้แก้มเธอร้อนผ่าวกว่าเดิม เธอลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
ดีเจอายเปลี่ยนเพลง เหลียงเหลยหันไปตะโกนว่า “ว้าว… เพลงนี้เพลงโปรดฉันเลย”
เสี่ยวเฉวียนกวาดตามองทั่วทั้งร้านผ่านไมโครโฟน ก่อนจะพูดว่า “ได้เวลาเปิดไมค์ร้องตามกันแล้ว”
วินาทีต่อมา ทั้งร้านก็พร้อมใจกันร้องเพลง เหลียงเหลยยิ่งเป็นคนที่ส่งเสียงดังที่สุด
“ขอโทษที เมื่อวานแย่งโต๊ะโซฟากันจนตอนนี้เพิ่งตื่น สาวที่เจอกันเมื่อวันก่อนยังบอกเลยว่าร่างกายฉันแข็งแรงดี…”
เฉินหนิงซีฟังไม่ชัดว่าพวกเธอกำลังร้องเพลงอะไร แต่ดูจากความคล่องแคล่วกับเนื้อเพลงแล้ว พวกเธอคงมาเที่ยวที่นี่กันเป็นประจำ เมื่อมองสาว ๆ เหล่านี้ เธอเห็นทั้งอิสรภาพและความสุข หากเมื่อก่อนเธอกล้าปลดปล่อยตัวเองได้สักครึ่งหนึ่งเหมือนพวกเธอ ชีวิตคงไม่ต้องอยู่ในกรอบระเบียบขนาดนี้
ในห้องน้ำเงียบกว่าด้านนอกมาก เฉินหนิงซีเปิดก๊อก ปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบไหลผ่านซอกนิ้ว แล้วใช้หลังมือที่เปียกน้ำเย็นแนบลงบนใบหน้าร้อนผ่าวเพื่อคลายร้อน แต่ในหัวกลับผุดภาพตอนเสี่ยวเฉวียนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาลุ่มลึก ขนตายาวเรียว สันจมูกโด่งได้รูป ตอนที่เขาป้อนดอกกุหลาบให้เธอ ปลายผมของเขาเฉียดแก้มจนคันยุบยิบ ทำให้เธอเกิดภาพลวงตาราวกับกำลังมีความรัก
