หลี่เมิ่งเอ่ยประโยคโชว์ความรวยแบบเนียน ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ไม่ต้องไปโรงแรมหรอก ฉันมีวิลล่าอยู่ที่เซ็กเซียนเขา ไปพักที่นั่นกัน”
โจวเหนียนตกใจ เธอคิดว่าแค่หลี่เมิ่งมีคฤหาสน์หรูที่ปารีสก็พอแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคฤหาสน์หรูที่ฮ่องกงด้วย เธอรู้ดีว่าราคาบ้านที่ฮ่องกงแพงไม่ใช่เล่น
แต่คิดอีกทีก็ไม่แปลก มหาเศรษฐีคนไหนบ้างที่ไม่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก แม้แต่ครอบครัวเธอก็ยังมีบ้านอยู่ในเมืองอื่น เพียงแต่ต่างกันตรงที่ครอบครัวเธอขยับขยายอยู่แค่ในประเทศเท่านั้น
ท้ายที่สุดโจวเหนียนก็ได้แต่ยอมรับอย่างหมดใจ ก่อนพูดออกมาเพียงคำเดียวว่า “เจ๋ง!”
【เป้าหมายระดับพรีเมียม x1 คะแนนความเชื่อใจ +100 คะแนนสะสมปัจจุบัน: 11,410】
ถนนแคบลงเรื่อย ๆ ต้นไม้สองข้างทางก็หนาทึบขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งมองผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ก็เห็นผิวน้ำทะเลอยู่ไกล ๆ
ป้ายเลขที่บ้านริมทางค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงทางเข้าส่วนตัวที่ไม่มีป้ายบอก รถแล่นเข้าไปทางประตูเหล็กดัดสีเข้มบานหนึ่ง
ขณะที่ประตูค่อย ๆ เปิดออก หลี่เมิ่งมองผ่านกระจกรถเห็นบ้านสามชั้นสีขาวหลังหนึ่ง ผนังด้านนอกปูด้วยหินสีอ่อน เส้นสายเรียบคม หน้าต่างกระจกบานใหญ่หลายบานทำให้อาคารทั้งหลังดูโปร่งและเบาสบาย
ด้านหน้าเป็นลานสวนที่ปลูกต้นไม้นานาชนิดและตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ บนบันไดหน้าบ้านมีคนยืนอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนสวมสูทสีดำ อีกคนเป็นหญิงวัยกลางคนสวมชุดกระโปรงสูทสีเทาอ่อน
ซูจิ้งลงจากรถก่อน เดินไปคุยกับทั้งสองคนด้วยเสียงเบา ๆ สองสามประโยค จากนั้นก็หันมาพยักหน้าให้หลี่เมิ่งเล็กน้อย
