หลี่เมิ่งวางป้ายประมูลลง แล้วมองของประมูลชิ้นถัดไปอย่างเงียบ ๆ ต่อ
ของประมูลรอบที่สี่เป็นของพิเศษชิ้นหนึ่ง กล่องใส่เครื่องประดับเคลือบลงยาโบราณจากปลายราชวงศ์ชิงถึงต้นสาธารณรัฐจีน ขนาดเท่าฝ่ามือ บนฝากล่องวาดลายก้านบัวพัน สีสันยังคงสดใส ราคาเริ่มต้นหนึ่งแสนห้าหมื่น
หลี่เมิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องของโบราณ แต่เธอชอบกล่องใบนั้น มันมีขนาดเล็กกะทัดรัด เนื้อเคลือบลงยาให้ความรู้สึกเก่าแก่ละมุนละไม ต่างจากเครื่องประดับสมัยใหม่ที่แวววาวสะดุดตาอย่างสิ้นเชิง
ตอนที่เธอกำลังจะยกป้าย คนข้าง ๆ ก็ยกขึ้นก่อน เป็นหยางเสวี่ยเอ๋อร์ เธอเสนอราคาหนึ่งแสนหกหมื่น
หลี่เมิ่งเหลือบมอง ก่อนยกป้ายเสนอหนึ่งแสนแปดหมื่น
หยางเสวี่ยเอ๋อร์หันกลับมามองเธอ แล้วเสนอราคาสองแสน
หลี่เมิ่งเสนอราคาสองแสนสองหมื่น
สีหน้าของหยางเสวี่ยเอ๋อร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย เดิมทีเธอคิดว่าคงไม่มีใครแย่งกล่องใส่เครื่องประดับโบราณแบบนี้ จึงตั้งใจจะประมูลมาโพสต์ลงเซียวหงชู พร้อมเขียนว่า “คืนนี้ประมูลของโบราณที่มีเรื่องราวมาได้ชิ้นหนึ่ง” ไม่คิดว่าจะมีคนโผล่มาขวางทางและแข่งราคากับเธอจริงจัง
เธอเสนอราคาอีกครั้งเป็นสองแสนห้าหมื่น
หลี่เมิ่งมองกล่องเคลือบลงยาบนเวที แล้วมองไปทางหยางเสวี่ยเอ๋อร์
หยางเสวี่ยเอ๋อร์กำลังมองเธอ รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้า แต่แววตาเริ่มมีความไม่เป็นมิตรอยู่บ้างแล้ว
