“ห้องส่วนตัวของคุณอยู่ตรงไหน?”
หลี่เมิ่งบอกหมายเลขห้องส่วนตัว หวังเป่าหลินเลิกคิ้วเล็กน้อย “ตรงนั้นวิวดีมากเลยนะ”
หลี่เมิ่งพูดอย่างสุภาพ “พรุ่งนี้ถ้าพวกคุณว่างก็แวะมานั่งเล่นได้นะ คนเยอะ ๆ จะได้ครึกครื้น”
เผื่อจะได้คะแนนเพิ่มให้ตัวเองอีกสักหน่อย
หวังเป่าหลินสบตากับเพื่อนอีกสองคนข้างกาย แล้วพยักหน้ารับ “ได้ เจอกันพรุ่งนี้”
เช้าวันรุ่งขึ้นหลี่เมิ่งตื่นสายไปหน่อย อาจเป็นเพราะยังไม่ชินที่นอน กลางดึกเลยตื่นขึ้นมาหลายครั้ง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นซูจิ้งส่งข้อความมาหนึ่งฉบับ
【คุณหลี่คะ ตามที่คุณแจ้งไว้ ฉันจองคิวเข้าชมนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ช่วงเช้าวันนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ ร้านอยู่ย่านเซ็นทรัล ต้องการให้ฉันจัดพนักงานขายส่วนตัวให้ไหมคะ?】
【ไม่ต้อง ฉันดูเอง】
สิบโมงเช้า โจวจิ้นขับรถพาพวกเธอมาถึงย่านเซ็นทรัล ระหว่างทางโจวเหนียนอาสาค้นหาที่ตั้งร้านปาเต็กฟิลิปป์ แล้วพาหลี่เมิ่งเดินไปจนเจอร้าน
ภายในร้านปูพรมสีเข้ม ตู้โชว์หลายใบจัดแสดงนาฬิกาข้อมือรุ่นต่าง ๆ แต่ละเรือนเปล่งประกายโลหะเย็นเยียบใต้ไฟสปอตไลต์
พนักงานขายที่มาต้อนรับพวกเธอเป็นสุภาพบุรุษอายุราวห้าสิบปี สวมสูทสีน้ำเงินเข้ม พอได้ยินหลี่เมิ่งบอกว่าอยากดูนาฬิกาโบราณ เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนหันหลังเดินเข้าไปด้านใน
ครู่หนึ่งเขาก็ยกถาดกำมะหยี่สีดำออกมา “คุณหลี่ครับ นี่คือนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ปฏิทินถาวรจากยุคทศวรรษ 1950 ตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดเดิมจากโรงงาน สภาพการดูแลดีมาก และยังเดินเวลาได้อย่างแม่นยำครับ”
หลี่เมิ่งรับนาฬิกามาสวมที่ข้อมือ หน้าปัดสีขาวนวลมีหน้าปัดย่อยสามวงแสดงวันในสัปดาห์ วันที่ และเดือน เข็มนาฬิกาเป็นเข็มเหล็กสีน้ำเงินแบบคลาสสิก เปล่งประกายสีฟ้าลึกลับใต้ไฟสปอตไลต์
เธอหมุนข้อมือพลางดูว่าหน้าปัดเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อกระทบแสงจากมุมต่าง ๆ
