สวี กั๋วจวินกินข้าวเสร็จก็ไม่ได้เข้านอน แต่เข้าไปหยิบเครื่องมือในห้องเก็บของ แล้วสานตาข่ายดักไก่ฟ้าจีนขึ้นมาอีกผืน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว สวี กั๋วจวินจึงกลับเข้าห้องและเข้านอนทันที
ไม่รู้ว่าตอนดึกสงัดเป็นเวลาเท่าไร ขณะที่สวี กั๋วจวินกำลังหลับสนิท ก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ดังมาจากนอกหน้าต่าง
“น้องสาม น้องสาม ตื่นหรือยัง? ไปกันเถอะ!”
สวี กั๋วจวินตื่นตัวขึ้นมาทันที รีบคว้าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้มาใส่ลวก ๆ พอแต่งตัวเสร็จก็เดินออกจากบ้าน
เขาเห็นสวี กั๋วเฟิงแต่งตัวพร้อมขึ้นเขา สวมเสื้อบุผ้าฝ้ายเก่า ๆ สำหรับเก็บฟืน และยังพันผ้าที่หน้าแข้งไว้อย่างเรียบร้อย
บนหลังสะพายตะกร้าสานจากกิ่งไม้เหมือนเขา ปากตะกร้าก็คลุมด้วยกระสอบป่านเช่นกัน
สิ่งที่ทำให้สวี กั๋วจวินประหลาดใจที่สุดคือ ในมือสวี กั๋วเฟิงก็ถือตาข่ายดักอยู่ผืนหนึ่งด้วย
ใต้แสงจันทร์ สวี กั๋วจวินกวาดตามอง
ตาข่ายดักที่สวี กั๋วเฟิงสานนั้นกลมกลึงสวยงาม งานประณีตกว่าของเขามากนัก
สวี กั๋วจวินเบ้ปาก อดบ่นในใจไม่ได้
“สวยแล้วมีประโยชน์อะไร ดักไก่ฟ้าจีนได้ผลก็พอแล้ว”
เขาจึงไม่ได้เอาตาข่ายที่ตัวเองสานไว้ออกมาให้พี่ใหญ่ใช้ ไม่อยากขายหน้าเปล่า ๆ
สองพี่น้องจัดข้าวของเสร็จ สวี กั๋วจวินก็ไปหยิบปืนจากห้องเก็บของ แล้วมุ่งหน้าเข้าป่า
สวี กั๋วจวินมองดวงจันทร์กับดวงดาว กะดูแล้วตอนนี้คงเพิ่งผ่านช่วงหัวค่ำมาได้ไม่นาน เผลอ ๆ ยังไม่ถึงเที่ยงคืนด้วยซ้ำ
พี่ใหญ่ใจร้อนเกินไปแล้ว
แต่ไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว จะให้กลับไปก็คงไม่ได้ อีกอย่างวันนี้ยังต้องเดินทางไกล สวี กั๋วจวินจึงไม่ได้บ่นอะไร แค่เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าเข้าป่า
