จู้ฮวนเหยียนเดินไปข้างเคาน์เตอร์ คว้าชานมเผือกไข่มุกที่ชงเสร็จแล้วขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ เสียบหลอดแล้วจิบเบา ๆ
กลิ่นหวานหอมคุ้นเคย เนื้อเผือกนุ่มละมุน ไข่มุกหนึบกรุบ ชาหอมกับนมหอมแผ่ซ่านไปทั่วปลายลิ้น
“อร่อยจัง” เธอพึมพำเสียงเบา แววตาฉายความอาลัยอาวรณ์และสับสนเพียงจาง ๆ
ชาติที่แล้ว เธอนั่งอยู่ตรงนี้ มองผู้คนเดินขวักไขว่ผ่านหน้าต่าง หัวใจเต็มไปด้วยความโหยหาความครึกครื้น
แต่แม้แต่ความกล้าที่จะก้าวเข้าไปใกล้ก็ยังไม่มี บัดนี้เมื่อได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ข้างกายมีจิ่วจิ่วเป็นเพื่อน ข้างหลังมีมิติคอยพึ่งพา ทว่าความหนาวเหน็บและความว่างเปล่าในใจยังไม่จางหายไปแม้แต่น้อย
จากนั้นเธอก็ก้าวออกจากร้านชานม สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคือร้านค้าและชั้นวางสินค้าภายในห้างที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ทุกอย่าง
แสงไฟสว่างไสวส่องไปทั่วทุกมุม ราวกับเหตุอาคารถล่มร้ายแรงที่คร่าชีวิตเธอในชาติที่แล้ว รวมถึงการล้างแค้นนองเลือดทั้งหมดก่อนหน้านี้ เป็นเพียงฝันร้ายแสนไกล
จู้ฮวนเหยียนพาจิ่วจิ่วเดินเล่นไปทีละชั้น พลางสำรวจมิติที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นนี้อย่างละเอียด
ชั้น 1 เป็นร้านเครื่องประดับทองจากแบรนด์ดังในชาติที่แล้ว ร้านนาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลก เครื่องสำอาง น้ำหอม และร้านชานม
ชั้น 2 เป็นร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ และกระเป๋าจากแบรนด์ดังระดับโลก
ชั้น 3 และชั้น 4 เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังระดับโลก ภายในมีสินค้าครบครัน
ชั้น 5 และชั้น 6 เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลาย ตั้งแต่ร้านหรูหราไปจนถึงร้านอาหารบ้าน ๆ ทั้งสเต๊ก หม้อไฟ ปิ้งย่าง ร้านอาหารไทย อาหารเกาหลี รวมถึงอาหารขึ้นชื่อจากทั่วประเทศและอีกมากมาย
ชั้น 7 เป็นร้านขนมอบทำมือ ร้านลูกกวาด รวมถึงร้านของกินเล่นนานาชนิด ร้านชานม กาแฟ ไอศกรีม ไก่ทอด ไก่ย่าง และเป็ดย่าง
ส่วนชั้นบน ๆ ยังมีร้านเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียน ของเล่น ร้านหนังสือ และร้านสินค้าสำหรับทารกกับเด็กเล็กอีกมากมาย
หลังเดินสำรวจทั่วทั้งห้าง เธอก็ได้ข้อสรุปในใจแล้ว
ห้างแห่งนี้คงถูกจี้หยกดูดเข้าไปในมิติพร้อมกับเธอ ตอนเกิดเหตุเธออยู่ในห้างพอดี จึงกลายเป็น “คลังเสบียงยุคปัจจุบัน” ส่วนตัวของเธอ
เมื่อก้าวออกจากประตูห้าง ด้านนอกกลับไม่ใช่ถนนในเมืองที่คุ้นเคย แต่เป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา
หญ้าเขียวชอุ่มสดใหม่ พลิ้วไหวไปตามสายลม ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ
ริมทุ่งหญ้ามีลำธารใสสะอาดจนมองเห็นก้นธารไหลผ่าน เสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้และใบไม้ ตกกระทบผิวน้ำ
แสงระยิบระยับสะท้อนบนผิวน้ำ อากาศมีพลังวิญญาณจาง ๆ แฝงอยู่
ข้างลำธารมีเรือนอิฐเขียวมุงกระเบื้องตั้งเรียงกันหลายหลัง ผนังสะอาดเรียบร้อย ให้บรรยากาศเรียบง่ายเก่าแก่
จู้ฮวนเหยียนเดินไปผลักประตูไม้ของเรือนหลัก ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวหนึ่ง
บนโต๊ะมีจดหมายวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ หน้ากระดาษเหลืองกรอบแล้ว บนนั้นเขียนอักษรพู่กันเลือนรางอยู่หลายตัว
เธอหยิบจดหมายขึ้นมาแล้วค่อย ๆ เปิดออก บนกระดาษเหลืองกรอบมีลายมือพู่กันงดงามเป็นระเบียบ ลายเส้นแฝงความคมกริบอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงอ่านออกชัดเจน
หลังอ่านจบ จู้ฮวนเหยียนจึงเข้าใจต้นสายปลายเหตุทั้งหมดอย่างถ่องแท้
ตั้งแต่ยังเด็ก เธอเคยได้ยินว่าตระกูลจู้ซ่อนขุมทรัพย์และความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้เอาไว้
เธอคิดมาตลอดว่าเป็นเรื่องตลก ทั้งยังไม่เคยได้ยินตากับยายพูดถึง จนตอนนี้ถึงได้รู้ว่าตำนานเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด
จี้หยกที่เธอสวมติดคอมาตั้งแต่เด็ก แท้จริงแล้วคือมิติที่สืบทอดกันมาในตระกูลจู้เป็นพันปี
จดหมายฉบับนี้เขียนโดยทวดของเธอ บันทึกความลับของมิติในจี้หยกเอาไว้
มีเพียงผู้สืบสายเลือดสายตรงของตระกูลจู้ที่มีวาสนาเท่านั้นจึงจะเปิดมิติได้ ต่อให้เป็นผู้สืบสายเลือดสายตรงแต่ไม่มีวาสนา ต่อให้ได้จี้หยกชิ้นนี้มา ก็ไม่อาจเปิดมิติได้
คนล่าสุดที่เปิดมิติได้คือทวดของทวดเมื่อ 300 ปีก่อน
สิ่งของทั้งหมดในมิติเป็นทรัพย์สมบัติที่บรรพชนตระกูลจู้ผู้เคยเปิดมิติสั่งสมไว้ทีละเล็กทีละน้อย
ส่วนลำธารด้านนอกก็ไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่ช่วยเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณได้
ที่สำคัญที่สุดคือรักษาได้สารพัดโรค ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลภายนอกหรืออาการบาดเจ็บภายใน ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็ช่วยชีวิตกลับมาได้
นอกจากนี้ยังเป็นน้ำธาราวิญญาณที่ช่วยให้กู่ฝึกฝนและวิวัฒนาการได้อีกด้วย
ส่วนที่มาของจี้หยกนั้น ในจดหมายไม่ได้เขียนเอาไว้ มีเพียงบอกว่าบรรพชนตระกูลจู้บังเอิญได้มันมา หลังจากนั้นจึงส่งต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
จนกลายเป็นรากฐานที่ช่วยให้ตระกูลจู้ยืนหยัดมาได้พันปีโดยไม่เสื่อมถอย
จู้ฮวนเหยียนวางจดหมายลงเบา ๆ ความสงสัยในใจก็ค่อย ๆ คลี่คลาย
เป็นเพราะจี้หยกประจำตระกูลชิ้นนี้ ประกอบกับความยึดมั่นของเจ้าของร่างเดิมที่ต้องการปกป้องตระกูลจู้และปลอบประโลมตา วิญญาณที่หลงเหลือของเธอจึงถูกดึงมาที่นี่ และทำให้เธอได้กลับชาติมาเกิดในร่างของเจ้าของร่างเดิม
ส่วนจิ่วจิ่วแต่เดิมก็เป็นกู่คู่ชีพของเธอ ผูกพันลึกซึ้งกับดวงวิญญาณ อยู่ร่วมเป็นตายด้วยกัน
จิ่วจิ่วจึงอาศัยพลังของจี้หยกติดตามเธอมาที่นี่ได้อย่างไร้อุปสรรค และอยู่ในตันเถียนของร่างนี้อย่างสงบ
เธอเก็บจดหมายกลับไปวางบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ก่อนลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องอื่น ๆ
แม้แต่เธอที่เคยเห็นทรัพย์สมบัติระดับสูงสุดมามากมาย ก็ยังอดสูดหายใจเฮือกใหญ่ไม่ได้เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ห้องด้านในสุดถูกอัดแน่นไปด้วยหีบไม้จื่อถานขนาดเล็กใหญ่เต็มไปหมด ผิวหีบขัดจนเรียบเนียนละเอียด เปล่งประกายอบอุ่นของเนื้อไม้
หีบจำนวนมหาศาลแทบจะกินพื้นที่ทุกซอกมุมของห้อง นับคร่าว ๆ ก็มีอย่างน้อยหนึ่งพันใบ
จู้ฮวนเหยียนเดินเข้าไป เปิดหีบสองใบที่วางเรียงกันอย่างลวก ๆ แท่งทองคำสีเหลืองอร่ามเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบจนเต็มหีบ แสงทองเจิดจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
จากนั้นเธอเดินไปยังหีบอีกฝั่ง ข้างในเต็มไปด้วยกำไลหยกเขียว จี้เพชร สร้อยไข่มุก ต่างหูทับทิม และสร้อยคาร์เนเลียน
ทุกชิ้นล้วนมีเนื้อวัสดุชั้นเลิศและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เป็นของหายากล้ำค่าทั้งสิ้น
หีบที่อยู่ข้าง ๆ ล้วนเต็มไปด้วยเครื่องเคลือบโบราณ เครื่องเคลือบสมัยซ่งงดงามเรียบขรึม ส่วนเครื่องเคลือบจากเตาหลวงสมัยหมิงและชิงก็หรูหราประณีต ทุกชิ้นล้วนเป็นผลงานล้ำค่าที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน
เธอเปิดดูหีบอื่น ๆ ทีละใบ ข้างในมีทั้งตำราโบราณ ตำรายาอันล้ำค่า ภาพวาดโบราณของจิตรกรชื่อดัง และเงินแท่ง ครบครันทุกอย่าง
สิ่งที่ทำให้เธอตกตะลึงยิ่งกว่าคือ ในบรรดาของเหล่านั้นยังมีสมบัติของราชวงศ์อีกมากมาย ซึ่งเธอเคยเห็นในการประมูลระดับสูงสุดเมื่อชาติที่แล้ว
บางชิ้นถูกประมูลไปในราคาสูงถึงกว่าพันล้าน หรือไม่ก็จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเพื่อให้ผู้คนเข้าชม เป็นสมบัติล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้
แต่ตอนนี้กลับกองพูนอยู่เต็มหลายร้อยหีบ เงียบงันอยู่ในห้อง พร้อมแผ่กลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์อันหนักแน่นและประกายแห่งความมั่งคั่ง
ปลายนิ้วของจู้ฮวนเหยียนลูบผ่านหยกปี้เหอเถียนที่สลักลายมังกรและหงส์เบา ๆ เนื้อหยกใสกระจ่าง งานแกะสลักประณีต เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของใช้ในวังหลวง ใจเธอพลันปั่นป่วนราวคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
ในทำเนียบตระกูลจู้ไม่เคยบันทึกสถานะที่แท้จริงของบรรพชนเอาไว้ เธอรู้เพียงว่าคนในตระกูลมั่งคั่งกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเกียรติยศสูงส่งถึงเพียงนี้
ในจดหมายที่ทวดทิ้งไว้ มีเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีใช้มิติและคำกำชับสั้น ๆ ไม่ได้กล่าวถึงบรรพชนแม้แต่คำเดียว
มีเพียงข้อความสั่งเสียที่ทิ้งไว้ท้ายจดหมาย
“ลูกหลานตระกูลจู้ของข้า จงใช้ชีวิตให้ดี รีบแต่งงานมีลูก สืบทอดสายเลือดของตระกูลจู้ต่อไป”
จู้ฮวนเหยียนมองคำสั่งเสียบรรทัดสุดท้ายแล้วได้แต่ยกมือกุมขมับอย่างจนใจ บรรพชนของเธอเป็นคนเรียบง่ายจริง ๆ
ทิ้งสมบัติล้ำค่าที่สั่นสะเทือนไปทั้งใต้หล้าเอาไว้ แต่กลับปกปิดภูมิหลังชาติกำเนิดของตัวเองเสียมิดชิด ไม่ทิ้งเบาะแสเอาไว้แม้แต่น้อย
