หลังกินข้าวเสร็จและกลับมาถึงร้านหนังสือ หลินเจวี๋ยก็ไม่ได้รีบร้อนหาโจทย์มาทำ
แต่เปิดแอปค้นหา แล้วพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
【โจทย์คณิตศาสตร์ที่ยังแก้ไม่ได้】
วินาทีถัดมา หน้าผลการค้นหาก็ปรากฏขึ้น
ผลการค้นหาอันดับแรกคือโจทย์คณิตศาสตร์ที่ชื่อว่า “สมมติฐานรีมันน์”
ตามคำอธิบายในหน้าค้นหา นี่คือปัญหาระดับโลกที่ว่าด้วยการกระจายตัวของจำนวนเฉพาะ
จุดยากของโจทย์นี้ไม่ใช่การคำนวณ แต่คือการค้นหารูปแบบที่ซ่อนอยู่ของจำนวนเฉพาะจากตัวเลขนับไม่ถ้วน
นอกจากจะเกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อนและจำนวนอนันต์แล้ว ทุกครั้งที่อนุมานไปอีกขั้นก็ยังแตกแขนงออกไปได้อีกนับไม่ถ้วน
มนุษย์ศึกษาปัญหานี้มานานกว่าร้อยปีแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้อย่างสมบูรณ์!
หลินเจวี๋ยหยิบปากกาขึ้นมา สูดหายใจเข้าลึก ๆ
เปิดใช้งานใฝ่รู้!
สมองเริ่มปลอดโปร่ง เสียงและสิ่งรบกวนทั้งหมดถูกผลักออกไป โลกทั้งใบเหลือเพียงการขบคิดอย่างเต็มที่
แต่ครั้งนี้
ความรู้สึกที่คิดอะไรได้คล่องปรื๋ออย่างที่หลินเจวี๋ยคุ้นเคยกลับไม่ปรากฏขึ้น
สัญลักษณ์ สูตร และห่วงโซ่ตรรกะต่าง ๆ หมุนวนจัดเรียงใหม่ในหัวอย่างบ้าคลั่ง พังทลาย แล้วก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
ไม่นาน หลินเจวี๋ยก็รู้สึกว่าสมองจมดิ่งสู่ความสับสนอลหม่านอย่างสิ้นเชิง!
ความคิดที่เดิมแจ่มชัดพลันเหมือนม้าพยศหลุดบังเหียน พุ่งชนไปมาอย่างบ้าคลั่งและรวดเร็วในหัว แต่กลับหาเส้นทางที่จะพาออกจากเขาวงกตไม่พบ
จากนั้น...
หลินเจวี๋ยรู้สึกได้เพียงว่าอาการเวียนหัวรุนแรงจู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน
ขมับเต้นตุบ ๆ ตรงหน้ามืดวูบ จนเกือบพลัดตกจากเก้าอี้ลงไปกองกับพื้น!
หลินเจวี๋ยตกใจจนสะดุ้ง รีบปิดสถานะใฝ่รู้ทันที!
เมื่อปิดสถานะใฝ่รู้แล้ว
หลินเจวี๋ยก็อดหอบหายใจเฮือกใหญ่ไม่ได้
เขาใช้เวลาพักอยู่กว่าสิบนาที กว่าจะปรับตัวจากความรู้สึกราวกับกำลังจมน้ำเมื่อครู่ได้
“ดูท่าว่าพรพิเศษของเราก็ไม่ได้ใช้ได้ทุกอย่างสินะ...”
เขาคิดพลางใจยังเต้นไม่หาย
“ก่อนจะสร้างระบบตรรกะในการแก้โจทย์ให้ครบถ้วน ต่อไปอย่าไปยุ่งกับปัญหาสุดยอดที่เกินขีดจำกัดความเข้าใจของตัวเองแบบนี้อีกจะดีกว่า!”
ในจังหวะนั้นเอง
เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกร้านหนังสือ
หลินเจวี๋ยเงยหน้าขึ้นพอดีกับที่เห็นนักเรียนกลุ่มที่สวมชุดนักเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งประจำอำเภอ เมื่อวานช่วงบ่ายเดินเข้ามา ดูท่าจะเป็นกลุ่มติวหนังสือ
หลินเจวี๋ยเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วไม่ได้สนใจต่อ
เขาลุกขึ้นตรงไปที่เคาน์เตอร์ แล้วซื้อหนังสือฟิสิกส์สายวิทย์เล่มใหม่เอี่ยมในชุด “ห้าปีข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามปีข้อสอบจำลอง”
เมื่อเห็นภาพนั้น
นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งสองสามคนก็มองหน้ากัน ก่อนจะขยับเข้ามารวมกลุ่มกระซิบกันอีกครั้ง
“เฮ้ ดูสิ นั่นเด็กอาชีวะคนนั้นอีกแล้ว”
“เด็กอาชีวะเริ่มขยันเรียนกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? เมื่อวานซื้อคณิต วันนี้ซื้อฟิสิกส์?”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งอดหัวเราะเยาะไม่ได้
“หรือโรงเรียนอาชีวะของพวกเขาจะมีเด็กหัวกะทิโผล่มาจริง ๆ?”
เมื่อได้ยินบทสนทนาที่เจือความรู้สึกเหนือกว่าอยู่เล็กน้อย ในที่สุดเด็กสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งในกลุ่มติวก็ทนฟังต่อไม่ไหว
เธอขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วขัดคำพูดหยอกล้อของเพื่อน
“พอเถอะ ๆ พูดกันให้น้อยหน่อย ทุกคนกำลังทบทวนบทเรียนอยู่ที่นี่นะ”
พอเด็กสาวคนสวยพูดขึ้น คนอื่น ๆ ก็สงบปากสงบคำลงเล็กน้อย ไม่ได้พูดจาเยาะเย้ยต่อ
พวกเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะว่าง หยิบกระดาษข้อสอบแผ่นใหม่เอี่ยมออกจากกระเป๋านักเรียน แล้วก้มหน้าปรึกษากัน
ในเวลาเดียวกัน
หลินเจวี๋ยกลับมานั่งที่เดิม แกะห่อหนังสือฟิสิกส์เล่ม “อู่ซาน” ที่เพิ่งซื้อมา
เขาพลิกหาโจทย์ข้อสอบฟิสิกส์จริงจากวิชารวมสายวิทย์อย่างคล่องแคล่ว
เปิดใช้งาน【ใฝ่รู้】!
สิบหกนาทีต่อมา
หลินเจวี๋ยเขียนตัวเลขตัวสุดท้ายลงไปอย่างลื่นไหล แล้วทำข้อสอบทั้งชุดเสร็จอย่างฉับไว
ขณะที่เขาวางปากกา ตั้งใจจะพักสักหน่อย เสียงพูดคุยของนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งที่โต๊ะข้าง ๆ กลับลอยเข้าหูอย่างชัดเจน...
“ไม่ได้เลย ขั้นตอนของโจทย์ข้อท้ายสุดนี่ซับซ้อนเกินไปจริง ๆ...
ไม่งั้นพวกเรากลับไปถามอาจารย์หลิวดีกว่าไหมว่าจะแก้ยังไง ฉันรู้สึกว่าวิธีอนุมานเมื่อกี้ยังมีปัญหาอยู่”
เด็กหนุ่มอีกคนจ้องข้อสอบแล้วพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“นั่นสิ คนออกข้อสอบต้องตั้งใจแกล้งกันแน่ ๆ! ต้องคำนวณเยอะขนาดนี้ ใครจะทำทันในห้องสอบ?”
เด็กสาวคนสวยที่เมื่อครู่ช่วยพูดแทนหลินเจวี๋ยก็อดถอนหายใจไม่ได้ น้ำเสียงเจือความเสียดายอยู่หลายส่วน
“ถ้าข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกโจทย์แบบนี้จริง ๆ ต่อให้เราเคยทำโจทย์คล้าย ๆ กันมาก่อน แต่ด้วยปริมาณการคำนวณระดับปีศาจแบบนี้ สุดท้ายคงไม่มีใครได้คะแนนเต็มหรอก...”
แต่ในตอนที่ทุกคนกำลังจนปัญญา
จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากข้าง ๆ
“เอ่อ...ให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?”
คำพูดทั้งหมดของพวกเขาเมื่อครู่ หลินเจวี๋ยได้ยินชัดเจน
“โจทย์ข้อท้ายสุด?”
“คำนวณมหาศาล?”
“ทำคะแนนเต็มไม่ได้?”
เมื่อถูกกระตุ้นด้วยคำสำคัญไม่กี่คำ หลินเจวี๋ยก็รู้สึกเหมือนมีมดนับพันไต่ยุบยิบอยู่ในใจ คันจนแทบคลั่ง!
แรงกระตุ้นตามสัญชาตญาณที่อยากแก้โจทย์ยากและค้นหาคำตอบ ทำให้เขาควบคุมปากตัวเองไม่อยู่ เผลอพูดออกไปโดยไม่ทันคิด
“ขอทำ!!!!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งหลายคนก็หยุดคุยทันที แล้วหันมามองหลินเจวี๋ยด้วยสีหน้าตะลึงงัน
ที่จริงพอพูดออกไปแล้ว หลินเจวี๋ยเองก็แอบเสียใจอยู่บ้าง
ถึงอย่างไร คนที่สวมชุดนักเรียนอาชีวะอย่างเขาจู่ ๆ ก็เข้าไปยุ่งกับกลุ่มเด็กหัวกะทิของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง ดูยังไงก็แปลกอยู่ไม่น้อย
แต่เขาก็ช่วยไม่ได้
พอเห็นคนอื่นมีโจทย์ยากอยู่ในมือ หลินเจวี๋ยก็เหมือนถูกปลุกสัญชาตญาณนักล่าขึ้นมา
อีกอย่าง คนพวกนี้ก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนอันดับหนึ่ง โจทย์ข้อท้ายสุดที่พวกเขาทำน่าจะไม่เกินขอบเขตความรู้เหมือนสมมติฐานรีมันน์ ถือว่าเหมาะกับความอยากของเขาพอดี
ผ่านไปครู่ใหญ่
สีหน้าของเด็กหนุ่มทั้งสามบิดเบี้ยวจนแทบทนไม่ไหว จากนั้นก็หัวเราะออกมาตรง ๆ
พวกเขามองหลินเจวี๋ยราวกับมองคนโง่
“เพื่อน อย่าล้อเล่นน่า”
“ไม่ได้ดูถูกนายหรอกนะ แต่นายรู้ไหมว่าอนุพันธ์คืออะไร? ค่าสูงสุดต่ำสุดล่ะ?”
เด็กหนุ่มอีกคนพูดเสริมด้วย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่าเมื่อพูดกับเด็กอาชีวะ
“นั่นสิ นี่มันข้อสอบจริงโจทย์คณิตศาสตร์สายวิทย์ข้อท้ายสุดของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่ข้อสอบที่เด็กมัธยมต้นก็ทำได้แบบโรงเรียนอาชีวะของพวกนายสักหน่อย!
แค่อ่านโจทย์นายยังอาจไม่เข้าใจเลย อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลยน่า?”
เมื่อได้ยินคำเยาะเย้ยเหล่านั้น เด็กสาวคนสวยรู้สึกว่าคำพูดของเพื่อนฟังแล้วบาดหูอยู่บ้าง แต่พอเห็นชุดนักเรียนอาชีวะที่หลินเจวี๋ยสวมอยู่ คราวนี้เธอก็ไม่ได้เปิดปากช่วยพูด
เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่คิดว่าหลินเจวี๋ยจะแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อท้ายสุดที่แม้แต่นักเรียนห้องหัวกะทิของโรงเรียนอันดับหนึ่งยังปวดหัวได้
หลินเจวี๋ยไม่มีเวลาสนใจคำเยาะเย้ยของพวกเขาเลย
หรือจะพูดให้ถูก หลังจากเปิดสถานะ【ใฝ่รู้】แล้ว
สิ่งเดียวที่เขาอยากทำคือแก้โจทย์ อยากคิดเท่านั้น
“จะอ่านรู้เรื่องไหม ลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
หลินเจวี๋ยขี้เกียจต่อปากต่อคำกับพวกเขา
จากนั้น ท่ามกลางสายตาตะลึงของทุกคน เขาก็ลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหา
เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา สายตาของเขาก็มองหาโจทย์ข้อที่ทำให้ทุกคนจนปัญญา
โจทย์ยาวจริง ๆ
ในนิพจน์ของฟังก์ชันมีทั้งฟังก์ชันเลขชี้กำลัง ฟังก์ชันกำลังสอง และตัวแปรพารามิเตอร์มารวมกัน
ส่วนท้ายเป็นโจทย์คลาสสิกเรื่องการหาช่วงของพารามิเตอร์ที่ทำให้อสมการเป็นจริงเสมอ
หลินเจวี๋ยใช้เวลาคิดไม่ถึงครึ่งนาที ก่อนจะยื่นมือไปทางคนข้าง ๆ
“ใครมีปากกาให้ยืมหน่อย”
