พื้นที่ฝากสมอง พื้นที่ฝากความอดทน พื้นที่ฝากศีลธรรม พื้นที่รวบรวมข้อเสนอแนะ
……
เมืองภาพยนตร์เหิงเตี้ยน
ร้านกาแฟไป๋ตู้
หลินจิ่วจิบกาแฟ พลางอ่านหนังสือในมืออย่างเงียบ ๆ
ชาติที่แล้วเขาชอบกาแฟดริปแมนเดอลิงคั่วเข้มมากกว่า รสขมและเข้มข้น แถมยังมีกลิ่นควันไม้จาง ๆ
ถึงรสชาติกาแฟในโลกนี้จะแตกต่างจากชาติที่แล้วอยู่บ้าง แต่เขาก็พอรับได้ เพราะความชอบไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องมี
ช่วงเช้าคนในร้านกาแฟมีไม่มาก นอกจากหลินจิ่วแล้ว ยังมีอีกโต๊ะหนึ่งอยู่ข้าง ๆ
โดยทั่วไป กองถ่ายจะเริ่มงานกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแย่งถ่ายแสงธรรมชาติ
คนที่มีเวลามานั่งดื่มกาแฟในร้านตอนเช้าได้ ก็มีแต่ทีมงานกับนักแสดงที่ถ่ายฉากกลางคืน แต่ใครจะตื่นเช้าขนาดนั้นหลังจากถ่ายฉากกลางคืนล่ะ?
ส่วนตัวประกอบ…พวกเขาไม่ยอมเสียเงินหรอก
หลินจิ่วพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อย ๆ แต่หางตากลับคอยสังเกตคนสองคนที่โต๊ะข้าง ๆ อยู่ตลอด
ชายวัยกลางคนในเสื้อคาร์ดิแกนสีเทาเข้มพูดไม่หยุด ส่วนชายหนุ่มร่างท้วมที่นั่งตรงข้ามเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสีหน้าจากลังเลเป็นสนใจ
มุมปากของหลินจิ่วยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ อย่างไม่รู้ตัว เขาวางหนังสือที่ยังอ่านไม่จบลง เผยให้เห็นชื่อบนปกว่า 《คู่มือการสร้างสรรค์งานกำกับฉบับสมบูรณ์》
ถึงเวลาที่เขาต้องลงมือแล้ว!
“ขอโทษนะครับ ขอผมขัดจังหวะหน่อย!”
หลินจิ่วลุกขึ้นเดินไปหาทั้งสองคน ก่อนจะขัดจังหวะบทสนทนา
“คุณเป็นใคร?”
ชายวัยกลางคนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองหลินจิ่วแล้วเหลือบมองชายหนุ่มร่างท้วมที่นั่งตรงข้าม น้ำเสียงแฝงความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนชายหนุ่มร่างท้วมไม่ได้พูดอะไร เพียงเบิกตากลมโตไร้เดียงสามองหลินจิ่ว แววตาดูซื่อ ๆ เหมือนไม่ค่อยทันคน ราวกับสงสัยใคร่รู้เรื่องผู้มาใหม่กะทันหันคนนี้
ใช่แล้ว ตากลมโตจริง ๆ ยากจะจินตนาการว่าคนตัวท้วมจะมีดวงตาโตได้ขนาดนั้น
“ผมเหรอ? พอจะเรียกว่าผู้กำกับได้อยู่ครับ” หลินจิ่วยิ้มบาง ๆ สบตาชายวัยกลางคนตรง ๆ “เมื่อกี้ผมนั่งอยู่ข้าง ๆ เลยบังเอิญได้ยินที่พวกคุณคุยกัน มีเรื่องอยากถามนิดหน่อยครับ”
“ถะ…ถามอะไร?”
ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลาย ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
เดิมทีเขาตั้งใจจะไล่หลินจิ่วไป แต่ชายหนุ่มร่างท้วมฝั่งตรงข้ามดูเหมือนอยากฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร ถ้าไล่ไปตอนนี้คงดูเหมือนเขามีพิรุธ
“คำถามแรกครับ! เมื่อกี้คุณบอกว่าโครงการที่อยู่ในมือเป็นของผู้กำกับใหญ่เจียงเหวินเซิงใช่ไหมครับ?”
หลินจิ่วเว้นจังหวะสองวินาที ก่อนพูดต่อโดยไม่รอให้ชายวัยกลางคนตอบ “พอดีอาจารย์ของผมก็คือผู้กำกับเจียงเหวินเซิง ผมไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องโครงการนี้มาก่อนเลยครับ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
“เอ่อ…ถึงผู้กำกับเจียงจะเป็นอาจารย์ของคุณ ก็ใช่ว่าจะบอกคุณทุกโครงการนี่ อีกอย่าง โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมจัดตั้ง ต้องเก็บเป็นความลับ”
“ตอบได้ดีครับ ก็เป็นไปได้จริง ๆ” หลินจิ่ววางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วลดความเร็วในการพูดลงอีก
“คำถามที่สองครับ! เท่าที่ผมรู้ อาจารย์ของผมไม่เคยรับเงินลงทุนจากเอกชน โครงการทั้งหมดให้บริษัทหัวชิงอิ่งซื่อเป็นผู้ลงทุน อยากทราบว่าคุณได้วงเงินลงทุนมาจากช่องทางไหนครับ?”
“คุณ…ผม…” ชายวัยกลางคนเริ่มลนลานอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่คิดเลยว่าคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ จะเป็นลูกศิษย์ของเจียงเหวินเซิงพอดี
“เรื่องพวกนี้เป็นความลับทางธุรกิจ ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายให้คุณฟัง ในเมื่อพวกคุณไม่เชื่อ ผมก็พูดได้แค่ว่าพวกคุณพลาดโอกาสลงทุนชั้นดีไปแล้ว!”
ทิ้งท้ายประโยคนี้แล้ว ชายวัยกลางคนก็หยิบกระเป๋าถือบนโต๊ะขึ้นมา ลุกเดินออกไปอย่างเร่งรีบ ท่าทางเหมือนกำลังหนีหัวซุกหัวซุน
อวี๋ตัวตัวมองหลินจิ่วกับชายวัยกลางคนที่หนีไปด้วยสีหน้าตกตะลึง
เขาเกือบโดนหลอกอีกแล้ว!
ตอนแรกนึกว่าในที่สุดก็เจอโครงการที่ไว้ใจได้แล้ว ที่ไหนได้กลับเป็นมิจฉาชีพอีก
หลินจิ่วถอนมือจากโต๊ะ หันไปยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ชายหนุ่มร่างท้วมที่ยังตะลึงอยู่ “ขอโทษนะครับ ผมนั่งดื่มกาแฟอยู่ข้าง ๆ แล้วบังเอิญได้ยินที่พวกคุณคุยกัน”
“คนนั้นน่าจะเป็นมิจฉาชีพเกือบแน่ ผมกลัวว่าคุณจะโดนเขาหลอกจริง ๆ ถ้าคุณโดนหลอกก็อาจกระทบชื่อเสียงอาจารย์ผมด้วย”
“อ๊ะ ไม่เป็นไรครับ!” อวี๋ตัวตัวชะงักไป ก่อนรีบตอบ “ต้องขอบคุณคุณด้วยซ้ำ เมื่อกี้ผมเกือบคล้อยตามเขาแล้ว แต่พอได้ฟังคุณพูดถึงได้รู้สึกว่าเขาน่าจะเป็นมิจฉาชีพจริง ๆ”
หลินจิ่วพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร แล้วกลับไปนั่งที่เดิม อ่านหนังสือที่ยังอ่านไม่จบต่อ
เหยื่อล่อวางไว้แล้ว ต่อจากนี้ก็แค่รอให้ปลามาติดเบ็ด
“เอ่อ…พี่ครับ ผมรบกวนหน่อยได้ไหม?”
หลินจิ่วเงยหน้าขึ้นมอง
ปลามาเร็วเหมือนกันแฮะ
“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมก็ไม่มีอะไรทำ ถึงได้นั่งอ่านหนังสือดื่มกาแฟอยู่ตรงนี้”
พอได้ยินว่าไม่รบกวน อวี๋ตัวตัวก็รีบดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหลินจิ่วออกมานั่ง
“พี่ครับ เมื่อกี้ผมได้ยินว่าพี่เป็นผู้กำกับ แล้วยังเป็นลูกศิษย์ของผู้กำกับเจียงด้วยเหรอครับ?”
“ไม่กล้าเรียกว่าลูกศิษย์หรอกครับ ผมก็เป็นแค่หนึ่งในนักเรียนหลายคนของผู้กำกับเจียงเท่านั้น” หลินจิ่วยิ้มพลางโบกมือ “อีกอย่าง ตอนนี้ผมยังเตรียมงานชิ้นแรกอยู่ ถึงได้บอกว่าพอจะเรียกว่าผู้กำกับได้ เป็นผู้กำกับที่ยังไม่มีผลงานสักเรื่องน่ะครับ”
“ถ้างั้น…พี่เล่าเรื่องโครงการที่กำลังเตรียมอยู่ให้ผมฟังได้ไหมครับ?”
มุมปากของหลินจิ่วยกขึ้นเล็กน้อย
ปลากินเหยื่อแล้ว ยิ่งเป็นจังหวะแบบนี้ยิ่งต้องใจเย็น จะได้ไม่ทำให้ปลาหลุดเบ็ด
“ได้สิครับ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เอาบทมา งั้นเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้ฟังแล้วกัน!”
หลินจิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ เล่าว่า “เป็นหนังตลกร้ายทุนต่ำเรื่องหนึ่ง โรงงานหัตถกรรมที่ใกล้จะเจ๊งแห่งหนึ่งกำลังปรับปรุงห้องน้ำ แล้วบังเอิญไปเจอหยกชั้นเลิศเข้า…”
“เรื่องคร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ครับ ใช้เหตุบังเอิญกับความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด มาสร้างมุกตลกทีละเรื่อง”
อวี๋ตัวตัวนิ่งอึ้งไป เรื่องดูเรียบง่ายมากแท้ ๆ แต่กลับชวนให้คาดไม่ถึง
หนังเรื่องนี้ อวี๋ตัวตัวคนนี้ขอลงทุนแน่นอน!
“พี่ครับ หนังเรื่องนี้ยังขาดเงินลงทุนอยู่ไหมครับ? ผมอยากลงทุน!”
หลินจิ่วมองชายหนุ่มร่างท้วมตรงหน้าที่ดูซื่อจนเห็นได้ชัด แต่กลับมีสีหน้ามุ่งมั่น เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ต้องใช้เงินลงทุนจริงครับ แต่ผมขอเตือนไว้ก่อนนะ แม้แต่ผมเองก็ยังรับประกันไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จแน่นอน”
“ไม่เป็นไรครับพี่ บอกมาเลยว่าต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร ผมเชื่อพี่!”
อวี๋ตัวตัวตบอกตัวเอง เนื้อทั้งตัวสั่นกระเพื่อมไปมา
หลินจิ่วยิ้มเจื่อน ๆ “เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เจอกันที่ร้านกาแฟนี้เหมือนเดิม ผมจะเอาบทมาให้คุณอ่านก่อน แล้วค่อย ๆ พิจารณาดูให้ดี ถ้าคุณยังอยากลงทุนจริง ๆ เราค่อยมาตกลงรายละเอียดกัน”
“ได้ครับ งั้นพี่แลกช่องทางติดต่อกับผมหน่อย!”
“ได้ครับ!” หลินจิ่วหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเพิ่มอวี๋ตัวตัวในแอปเวยเหลียว
“ผมชื่ออวี๋ตัวตัวครับ อวี๋เหมือนคำว่าเหลือเฟือ ส่วนตัวตัวก็คือตัวที่แปลว่าเหลือเฟือนั่นแหละ พี่ชื่ออะไรครับ?”
“ผมชื่อหลินจิ่ว หลินที่มีต้นไม้สองต้น แล้วก็เลขเก้าครับ”
หลินจิ่วดื่มกาแฟคำสุดท้ายเพื่อให้ปากที่เริ่มแห้งชุ่มชื้นขึ้น แล้ววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบา ๆ
กาแฟหมดแล้ว เรื่องก็เล่าจบแล้ว ถึงเวลาต้องไป
เป้าหมายของวันนี้สำเร็จครบทุกข้อ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้จริง ๆ แต่ที่ง่ายขนาดนี้ก็เหนือความคาดหมายของเขาอยู่เหมือนกัน
แต่จะใจร้อนไม่ได้ ยังต้องทำตามจังหวะของตัวเอง
ประสบการณ์จากชาติที่แล้วบอกเขาว่า ทางที่ดีอย่าทำอะไรนอกเหนือจากแผน
