ในใจของจ้าวเหิงจือพลันผุดความคิดขึ้นมานับไม่ถ้วน
ก่อนมาที่นี่ เขาได้รับข่าวจากหลินอันแล้วจริง ๆ
ได้ยินว่าฮ่องเต้สวรรคต โหวเตี้ยนหนานควบคุมราชสำนักไว้ได้ อัครมหาเสนาบดีเหยียนก็ยืนอยู่ฝ่ายโหวเตี้ยนหนาน ทั้งยังประกาศว่าองค์รัชทายาทปลงพระชนม์พระบิดาแล้วหลบหนีออกจากหลินอัน ไม่ทราบชะตากรรม
จ้าวเหิงจือเป็นขุนนางเจนจัดในวงราชการ ย่อมรู้ดีว่าข้อกล่าวหาเรื่องปลงพระชนม์พระบิดาเป็นเพียงข้ออ้าง เห็นได้ชัดว่านี่คือการชิงบัลลังก์ระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์ชายเจ็ด
เขากล้าเดิมพันได้เลยว่า ทางหลินอันกล่าวหาว่าองค์รัชทายาทปลงพระชนม์พระบิดา ฝ่ายองค์รัชทายาทก็คงกล่าวว่าโหวเตี้ยนหนานก่อกบฏเช่นกัน
ฟ้าแห่งแคว้นต้าฉีกำลังจะเปลี่ยนสี เขาต้องเลือกข้างให้ถูก จึงจะรักษาทั้งลาภยศและชีวิตไว้ได้
เดิมทีวันนี้เขาตั้งใจมาหยั่งเชิงองค์รัชทายาท ดูว่าองค์รัชทายาทผู้ตกอับพระองค์นี้ยังมีไพ่ตายเหลืออยู่กี่ใบ
หากองค์รัชทายาทหมดหนทางแล้ว เขาย่อมเลือกยืนอยู่ฝ่ายโหวเตี้ยนหนาน
แต่หากองค์รัชทายาทยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์...
และบัดนี้ เขาได้เห็นมังกรตัวนี้แล้ว
ข่าวจากหลินอัน อำนาจของโหวเตี้ยนหนาน ความเสี่ยงในการเลือกข้าง...สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป
องค์รัชทายาทผู้เป็นโอรสสวรรค์ที่แท้จริงอยู่ตรงหน้า หากเขายังเลือกข้างผิดอีก ก็แปลว่าตาบอดแล้ว!
จ้าวเหิงจือสูดหายใจลึก วางถ้วยชาลง ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนประสานมือคำนับองค์รัชทายาทอย่างนอบน้อม น้ำเสียงแฝงความเคารพและกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่กระหม่อมเสียมารยาทไปมาก ขอองค์รัชทายาทโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“แม้กระหม่อมจะอยู่ ณ มุมหนึ่งของจินหลิง แต่ใจภักดีต่อราชสำนักและแผ่นดินมิเคยแปรเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ”
