คฤหาสน์ใหญ่ตระกูลเผยตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองจินหลิง มีอาณาเขตกว้างขวางยิ่งนัก หน้าประตูมีสิงโตหินสองตัวตั้งตระหง่านอย่างองอาจ เหนือบานประตูทาสีชาดแขวนป้ายพื้นดำอักษรทองไว้แผ่นหนึ่ง
อักษรสองคำว่า “จวนเผย” เขียนด้วยลายมือหนักแน่นทรงพลัง ได้ยินมาว่าเป็นลายพระหัตถ์ที่ฮ่องเต้ผู้สถาปนาแคว้นทรงเขียนด้วยพระองค์เอง
ยามนี้ บรรยากาศในโถงใหญ่ของจวนเผยเคร่งขรึมยิ่ง
ภายในโถงมีคนนั่งอยู่สามคน แต่ละคนเป็นตัวแทนของตระกูลใหญ่ทั้งสามที่มีอิทธิพลสูงสุดในเมืองจินหลิง
ผู้ที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานคือเผยหยวนข่าย ประมุขตระกูลเผยคนปัจจุบัน
เขาอายุราวห้าสิบปี ใบหน้าซูบผอม ดวงตาหรี่ปรือ มือหนึ่งคลึงลูกประคำหยกเขียวเป็นพวง ข้อนิ้วค่อย ๆ ขยับลูกประคำ ส่งเสียงใสแผ่วเบา
เขาไม่ค่อยเอ่ยปาก ทว่าการนั่งอยู่ตรงนั้นกลับแผ่บารมีน่าเกรงขาม แม้ไม่แสดงโทสะ ราวกับทั่วทั้งโถงอยู่ภายใต้รัศมีอำนาจของเขา
ข้างกายเขามีเผยฉงเหยียน บุตรชายคนโตยืนอยู่ ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วตาแฝงความคมกริบกดดันผู้คน
ยามนี้เขายืนอยู่กลางโถง น้ำเสียงกังวาน มือไม้ขยับไม่หยุด พูดจนน้ำลายกระเซ็น
ที่นั่งรับรองทางซ้ายมีประมุขตระกูลเซี่ย เซี่ยอวิ้นจือนั่งอยู่ อายุล่วงหกสิบปี หนวดเคราขาวโพลน ใบหน้าซูบผอม สวมเสื้อคลุมยาวสีเขียวเรียบขรึม มือประคองถ้วยชา สีหน้าสงบนิ่ง แววตาเจือความระแวดระวังและลังเลอยู่หลายส่วน
ตระกูลเซี่ยสืบทอดความรู้มาหลายชั่วอายุคน บรรพชนเคยมีจ้วงหยวนถึงสามคน และจิ้นซื่ออีกสิบกว่าคน ชื่อเสียงในหมู่บัณฑิตแห่งจินหลิงและทั่วทั้งเจียงหนานนับว่าสูงส่งยิ่ง
ที่นั่งรับรองทางขวามีประมุขตระกูลเสิ่น เสิ่นว่านชวนนั่งอยู่ เขาอายุราวสี่สิบปี รูปร่างอวบอ้วน ผิวขาว สวมชุดแพรปักลวดลาย บนนิ้วทั้งสิบมีแหวนหยกสามวง แต่งกายสมกับเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่ง
