เผยฉงเหยียนหยิบตะเกียบขึ้นมา เขี่ยเนื้อเป็ดในจานอย่างรังเกียจ
“พวกเจ้าดูเป็ดนี่สิ หั่นเสียบางเฉียบ ยังวางแผ่นแป้งมาให้อีก ต้องห่อกินด้วย ช่างทำเรื่องยุ่งยากโดยใช่เหตุ”
“กินแต่เนื้อไม่ดีกว่าหรือ? ทำพิรี้พิไรเสียมากมาย พูดให้ชัดก็คือเรียกร้องความสนใจ ทำเช่นนี้แล้วจะอร่อยได้อย่างไร”
เสิ่นเยี่ยนชิวเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้ตอบ แล้วก้มหน้ากินเป็ดย่างของตนต่อ
เผยฉงเหยียนรออยู่นาน แต่ไม่มีใครสนใจเขา จึงรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเล็กน้อย
เขาวางตะเกียบ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ทว่าสายตากลับเหลือบไปยังโต๊ะข้าง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
เฒ่าคหบดีที่โต๊ะนั้นกำลังห่อเป็ดย่างเป็นคำ ๆ แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าเปี่ยมด้วยความสุขและอิ่มเอม ปากก็พร่ำไม่หยุดว่า “อร่อย อร่อยจริง ๆ...”
เผยฉงเหยียนกลืนน้ำลาย
เขาวางถ้วยชา หยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคีบเนื้อเป็ดชิ้นหนึ่งด้วยสีหน้าประหนึ่งว่า ‘ข้าเพียงลองดูเท่านั้น’ จิ้มซอสเล็กน้อย แล้วหยิบแผ่นแป้งใบบัวมาอีกแผ่น ลอกเลียนท่าทางขององค์รัชทายาท วางต้นหอมซอยกับแตงกวาซอยลงไปสองสามเส้น แล้วห่ออย่างงก ๆ เงิ่น ๆ
คำแรกที่เขาห่อไว้หลวมโพรก ซอสไหลออกจากรอยแยก เปื้อนมือไปหมด
เขาขมวดคิ้ว เช็ดมือให้สะอาด แล้วลองอีกครั้ง คราวนี้ห่อได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นเล็กน้อย
เขายกเป็ดย่างที่ห่อเสร็จแล้วขึ้นจ่อปาก กัดเข้าไปคำหนึ่ง
หนังเป็ดแตกกรอบระหว่างฟัน น้ำจากเนื้อเป็ดผสานกับรสเค็มหวานของซอสเต้าเจี้ยวหวาน ความเผ็ดร้อนของต้นหอมซอย และความสดชื่นของแตงกวาซอย ระเบิดรสชาติขึ้นในปากพร้อมกัน
