เฉินเส้าอันยังไม่ทันได้ตอบ เสี่ยวตุ้นจื่อก็คล่องแคล่วว่องไวลอดออกมาจากกระโจม แล้วยืนหลบไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้
“องค์หญิง เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงเล่อหนิงร้องอย่างยินดี ก่อนจะใช้ทั้งมือและเท้าคลานเข้าไปในกระโจม
ทันทีที่เข้าไป นางก็สัมผัสได้ถึงข้อดีของแผ่นรองกันชื้น จึงกระโดดอยู่บนนั้นสองครั้ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนกลิ้งไปมา แล้วร้องด้วยความประหลาดใจว่า
“ว้าว! ข้างในนี้สบายเหลือเกิน! สบายกว่ากระโจมของข้าเสียอีก ข้างในกระโจมข้าแข็งโป๊ก แต่แผ่นนี้นุ่มนิ่ม ทั้งยังอุ่นด้วย”
จู่ ๆ นางก็ลุกขึ้นนั่ง สีหน้าจริงจังพลางกล่าวว่า “พ่อครัวหลวงเฉิน คืนนี้ข้าจะนอนที่นี่ เบียดกับท่านสักหน่อยก็พอ ข้าไม่กินที่หรอก”
เฉินเส้าอันสะดุ้ง รีบโบกมือปฏิเสธไม่หยุด
“องค์หญิง เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ข้าน้อยจะกล้านอนกระโจมเดียวกับองค์หญิงได้อย่างไร หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ข้าน้อยยังจะรักษาหัวไว้ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
พอพูดไปพูดมา เขาก็เริ่มพูดจาเหลวไหลเสียแล้ว “ถ้านอนกระโจมเดียวกับหลิ่วหยาก็ว่าไปอย่าง”
หลิ่วหยาที่ยืนอยู่ด้านนอกกระโจมได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงก่ำ ก่อนจะถุยใส่เขาคำหนึ่ง
“ท่านพูดจาเหลวไหลอะไร!”
เฉินเส้าอันยังไม่ทันรู้ตัว “ข้าไม่ได้พูดเหลวไหลเสียหน่อย เรื่องนั้นไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว...”
ยังพูดไม่ทันจบ หลิ่วหยาก็ยื่นมือมาบิดหูเขาแล้ว
“ยังจะพูดอีกหรือ!”
“โอ๊ย ๆ! เจ็บ ๆ!” เฉินเส้าอันกุมหู ทำหน้าบิดเบี้ยวพลางร้องขอความเมตตา
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว คุณหนูหลิ่ว โปรดเมตตาด้วย!”
องค์หญิงเล่อหนิงนั่งอยู่ในกระโจม มองทั้งสองหยอกล้อกันแล้วหัวเราะคิกคัก พร้อมปรบมือกล่าวว่า
“สนุกจัง สนุกจัง! พ่อครัวหลวงเฉินโดนบิดหูแล้ว”
หลิ่วหยาจึงยอมปล่อยมือ แม้ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อ นางก็เบือนหน้าหนี ไม่ยอมสนใจเขา
