เซียวถิงเยี่ยนหน้าซีดเผือดในพริบตา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่กล่าวสิ่งใดสักคำ ก่อนสาวเท้าจากไปอย่างเร่งรุด
หมอเทวดาหลู่เองก็เป็นห่วงหยุนหลวนยิ่งนัก จึงตามไปติด ๆ
อวี๋ชิงยกเท้าหมายจะตามหมอเทวดาหลู่ไป
ใครจะรู้ว่าเฮยอี้กลับยื่นแขนออกมาขวางอวี๋ชิงไว้ “ขอแม่นางอวี๋ชิงโปรดหยุดก่อน ในห้องปรุงยาของหมอเทวดาหลู่มียาล้ำค่ามากมาย เจ้าเป็นศิษย์ของเขา อยู่เฝ้าดูแลของเหล่านี้ที่นี่เถิด”
“การค้นคว้ายาต่างหากที่เป็นหน้าที่ของเจ้า ส่วนเรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องให้แม่นางลำบากใจ”
เขาไว้วางใจอวี๋ชิงน้อยยิ่งนัก
อวี๋ชิงเคยเป็นคนของเผ่าอู๋กู่ แม้นางจะละทิ้งความชั่วหันมาสู่ความดี และกราบหมอเทวดาหลู่เป็นอาจารย์แล้ว แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่วางใจอยู่ดี รู้สึกว่าอวี๋ชิงอาจทรยศพวกเขาได้ทุกเมื่อ และลงมือทำเรื่องที่เป็นภัยต่อพวกเขาอย่างยิ่ง
ดังนั้นที่ผ่านมา เขาจึงคอยระแวดระวังอวี๋ชิงอยู่เสมอ
อวี๋ชิงกลับไม่โกรธ นางเพียงยกมุมปาก มองเฮยอี้อย่างสนอกสนใจ
“ใต้เท้าเฮยอี้ระแวดระวังถึงเพียงนี้ นับเป็นเรื่องดี”
“ในเมื่อใต้เท้าเฮยอี้ไม่ให้ข้าไป ข้าก็จะไม่ไปเพิ่มความวุ่นวาย ท่านรีบไปช่วยองค์อ๋องทำงานเถิด”
นางไม่ยืนกรานอีก หันกลับไปยังห้องปรุงยาในทันที
เฮยอี้มองท่าทีปลอดโปร่งของนาง แล้วขมวดคิ้วแน่น
เขาเรียกบ่าวรับใช้คนหนึ่งเข้ามา กำชับเสียงต่ำ “เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ คอยจับตาดูทุกการกระทำของนาง หากพบสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย ให้มารายงานข้าทันที”
