หยุนหลวนยังคงไม่สนใจเขา ถึงขั้นรินน้ำชาให้เซียวถิงเยี่ยนด้วยถ้วยหนึ่ง
เซียวถิงเยี่ยนมิได้ดื่มชาถ้วยใหม่ที่นางรินให้ กลับฉวยถ้วยชาที่นางดื่มไปแล้วครึ่งหนึ่งมาในยามที่นางเผลอ
หยุนหลวนชะงัก มองเซียวถิงเยี่ยนอย่างเหลือเชื่อ “อาเยี่ยน เจ้าทำอันใด?”
ทว่าเซียวถิงเยี่ยนกลับแย้มยิ้มที่มุมปาก แววตาร้อนแรงจับจ้องหยุนหลวน
“ข้าอยากลองชิมรสชาที่เจ้าดื่ม…”
หยุนหลวนอดหัวเราะไม่ได้ “ข้ารินชาให้เจ้าจากกาเดียวกัน รสชาติย่อมเหมือนกันอยู่แล้ว”
เซียวถิงเยี่ยนส่ายหน้า แววตาเจือความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เขาหมุนถ้วยชา ก่อนชี้ไปยังรอยชาดสีสดตรงขอบถ้วย “ชาถ้วยใหม่ที่เจ้ารินให้ข้า ไม่มีรอยนี้”
กล่าวจบ ริมฝีปากบางของเขาก็แนบลงบนรอยชาดสีแดงอย่างยั่วเย้า
หยุนหลวนมองจนทั้งตัวแข็งค้าง
จากนั้นแก้มของนางก็ร้อนผ่าว ราวกับถูกไฟเผา จนเดือดพล่านขึ้นมา
เซียวถิงเยี่ยนเคลื่อนไหวเชื่องช้ายิ่ง ค่อย ๆ ไล้รอยชาดนั้นจนหมดจด
ริมฝีปากบางของเขายังเปื้อนสีชาดอยู่เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูเย้ายวน งดงามพร่างพรายขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
หยุนหลวนแทบมองจนตาค้าง
นางไม่เคยเห็นเซียวถิงเยี่ยนในท่าทีเช่นนี้มาก่อน…จะว่าอย่างไรดี ทั้งไม่สำรวม เจือความเย้ายวน และเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลง
หัวใจของหยุนหลวนเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่
คนผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือไร?
อยู่ต่อหน้าผู้อื่น เขายังกล้าทำกิริยาสนิทสนมยั่วยวนถึงเพียงนี้อีกหรือ?
