นางนอนอ่อนระทวยอยู่บนพื้นเบาะนุ่ม แม้แต่จะดื่มน้ำก็ยังไร้เรี่ยวแรง
เซียวเสวียนรุ่ยยกถ้วยน้ำเข้ามาอย่างกระตือรือร้น แล้วประกบริมฝีปากป้อนน้ำให้องค์หญิงหนีหวง
องค์หญิงหนีหวงได้รับการปรนนิบัติจากเขาจนเบิกบานใจ มีความสุขอย่างยิ่ง
นางมอบจุมพิตหอมหวานให้เซียวเสวียนรุ่ยเป็นรางวัล
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีวิธีปรนนิบัติผู้อื่นมากมาย ทั้งยังมีลูกเล่นแพรวพราว คืนก่อนชีวิตข้าเกือบต้องมาทิ้งไว้ในมือเจ้าแล้ว เซียวเสวียนรุ่ย เจ้านับเป็นบุรุษชั้นเลิศที่หาได้ยากจริง ๆ”
เซียวเสวียนรุ่ยข่มความอัปยศในใจไว้ ฝืนยกมุมปากแล้วหัวเราะเสียงแผ่ว
“ขอเพียงองค์หญิงทรงสำราญ ให้ข้าทำสิ่งใดล้วนได้ทั้งสิ้น”
องค์หญิงหนีหวงมองเซียวเสวียนรุ่ย ดวงตาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันอย่างอ่อนหวาน จู่ ๆ หยุนเซิ่นก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความหวานชื่นของคนทั้งสองในห้อง พลันคุกเข่าลงกับพื้น ถวายคำนับองค์หญิงหนีหวง
“องค์หญิง...”
องค์หญิงหนีหวงกระแอมเสียงแผ่ว ผลักเซียวเสวียนรุ่ยออกไป ก่อนหันไปมองหยุนเซิ่นด้วยรอยยิ้ม “กู้เฉิน เมื่อคืนเจ้าไปที่ใดมาอีกหรือ?”
หยุนเซิ่นเงยหน้าขึ้น มององค์หญิงหนีหวงอย่างเฉยชา
“องค์หญิงเคยตรัสว่าจะไม่ก้าวก่ายอิสรภาพของข้า”
องค์หญิงหนีหวงถอนหายใจอย่างไม่พอใจนัก
“หรือแม้แต่ถามสักคำก็ไม่ได้? กู้เฉิน จงบอกความจริงแก่ข้า เจ้าไปหาตงเคอมาหรือไม่?”
หยุนเซิ่นขมวดคิ้ว ตอบเสียงต่ำว่า “ไม่”
องค์หญิงหนีหวงเห็นท่าทีเย็นชาของเขาแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดเหลือคณา
