สีหน้าของเหลียงหนีหวงไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย นางเพียงมองเซียวจื่ออวี้อย่างเฉยชา
เรื่องที่เขาพูดถึงความทุกข์ยากที่เซียวไต้เคยเผชิญเพื่อให้กำเนิดนางนั้น นางหาได้ใส่ใจไม่ แล้วอย่างไรเล่า ถึงมารดาจะให้กำเนิดนาง สุดท้ายก็ยังเห็นแก่ผลประโยชน์จนคิดเอาชีวิตนางอยู่ดี
แม้นางจะปรารถนาความรักจากมารดาเพียงใด ก็ไม่อยากเอาชีวิตไปฝากไว้ในมือพวกเขาเป็นครั้งที่สอง
โง่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว
กว่านางจะรอดชีวิตมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางไม่อยากกลับไปยังรังหมาป่านั่นอีก
คนตระกูลเซียวไม่มีใครเป็นคนดีสักคน พวกเขาล้วนเป็นหมาป่ากินคน
เซียวจื่ออวี้เริ่มขุ่นเคือง เขามองเหลียงหนีหวงผู้มีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ก็ไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้
เขากำลังจะข่มขู่และล่อลวงเหลียงหนีหวงต่อ
ทันใดนั้น เสียงของเหลียงเหวินคังก็ดังมาจากด้านนอก
“หนีหวงฟื้นแล้วหรือ?”
นางกำนัลด้านนอกรีบตอบว่า “องค์หญิงฟื้นแล้วเพคะ เพียงแต่หัวหน้าองครักษ์เซียวกำลังอยู่ข้างใน สนทนากับองค์หญิงเพคะ”
“อ้อ? จื่ออี้มาหรือ?”
เสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านนอก
เซียวจื่ออวี้คาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะเสด็จมาเยี่ยมเหลียงหนีหวงในเวลาเช่นนี้
แววตาของเขาวูบไหว เขารีบหันไปมองเหลียงหนีหวง พลางเอ่ยเสียงเบาว่า “ความขัดแย้งระหว่างพวกเรา อย่าบอกฮ่องเต้ เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องทำให้พระองค์ทรงทราบ หนีหวง เข้าใจหรือไม่?”
เหลียงหนีหวงเม้มริมฝีปาก ไม่เอ่ยวาจา เพียงมองเซียวจื่ออวี้อย่างเย็นชา
