สือชิงเหยียนมองเหลียงอวี่หวงด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ที่นี่คือตระกูลสือ... องค์หญิงหนีหวงเป็นผู้กักขังท่านไว้ที่นี่ องค์รัชทายาท ท่านฟื้นคืนสติขึ้นมาบ้างแล้วหรือเพคะ?”
เหลียงอวี่หวงกำลังจะพยักหน้า ทันใดนั้นกลับรู้สึกปวดใจอย่างรุนแรง
ใบหน้าของเขาซีดเผือด มือที่จับสือชิงเหยียนคลายออก ก่อนจะกุมอกแล้วค่อย ๆ ย่อตัวลง
“ใจข้า... เจ็บเหลือเกิน”
สือชิงเหยียนมองสำรวจอาการของเหลียงอวี่หวงอย่างร้อนใจ
เหลียงอวี่หวงเจ็บปวดจนอดครางเสียงต่ำไม่ได้
ถึงกระนั้นเขาก็ยังจับมือสือชิงเหยียนไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด
ภาพนี้กระตุ้นชานเยว่อย่างรุนแรง
นางตาแดงก่ำ กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนตะโกนว่า “องค์รัชทายาท เสี่ยวหยุนตายแล้ว นางตายไปนานแล้ว คนที่อยู่ตรงหน้าท่านไม่ใช่เสี่ยวหยุนเสียหน่อย”
“ท่านจำอะไรไม่ได้เลย แล้วเหตุใดถึงยังจำชื่อเสี่ยวหยุนได้? หรือในใจท่าน นางสำคัญถึงเพียงนั้น? สำคัญเสียจนแม้ถูกพิษกู่รัก ท่านก็ยังลืมนางไม่ได้หรือ?”
สตรีผู้นั้นหยั่งรากลึกอยู่ในใจเขาเช่นนี้ แล้วจะถอนออกไม่ได้อีกเลยหรือ?
ครั้งหนึ่งนางเคยวาดฝันว่า สักวันจะพาเขาออกจากเมืองหลวง ไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรียบง่ายในสถานที่ห่างไกลผู้คน
แต่บัดนี้ดูแล้ว ทุกสิ่งที่นางวาดฝันช่างน่าขันเพียงใด
ในใจของเขา ไม่เคยลืมเสี่ยวหยุนเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
ต่อให้นางใช้พิษกู่รักควบคุม ก็ยังควบคุมหัวใจของเขาไม่ได้
