องค์หญิงหนีหวงขมวดคิ้ว “ไร้ประโยชน์ เซิ่งหนี่ว์ (สตรีศักดิ์สิทธิ์) ผู้นี้มีใจรักมั่นต่อเหลียงอวี่หวง นางไม่มีทางทรยศเขาเป็นแน่”
ฟ่านถงยกมุมปากยิ้มเยาะ
“องค์หญิง กระหม่อมเกรงว่าพระองค์ยังไม่ทรงทราบว่าในค่ายทหารเกิดเรื่องใดขึ้นในช่วงสองวันนี้ กระหม่อมเพิ่งได้รับข่าวมา ดูเหมือนรัชทายาทกับเซิ่งหนี่ว์จะผิดใจกันอย่างสิ้นเชิงเพราะบุตรีชาวบ้านผู้หนึ่ง”
“รัชทายาทให้คนคุมตัวเซิ่งหนี่ว์กลับเมืองหลวง ยามนี้นางน่าจะออกจากดินแดนหนันฉูไปแล้ว หากเราส่งคนเร่งตามไป ก็น่าจะพาตัวกลับมาได้ภายในสามวัน”
องค์หญิงหนีหวงมองฟ่านถงด้วยแววตาตื่นตะลึง “ตูตูฟ่าน ข่าวนี้เชื่อถือได้หรือไม่?”
ฟ่านถงหัวเราะอย่างมั่นใจยิ่ง “นี่เป็นข่าวที่องครักษ์ตงฉ่างของเราสืบมา ไม่มีทางเป็นเท็จแม้แต่น้อย รัชทายาทถึงกับใจร้ายคิดประหารเซิ่งหนี่ว์เพียงเพราะหญิงชาวบ้านยากจนคนหนึ่ง พระองค์ว่า เซิ่งหนี่ว์จะเปลี่ยนจากรักเป็นแค้นหรือไม่?”
ดวงตาของหนีหวงเป็นประกาย ใบหน้าฉายความตื่นเต้นอย่างยิ่ง
“ย่อมเป็นเช่นนั้นแน่ ตัวอย่างเช่น ความรู้สึกที่ข้ามีต่อหยุนเซิ่นในยามนี้ ก็คือหลักฐานชั้นดีว่าความรักแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นได้”
ฟ่านถงยกมุมปาก ยิ้มราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือ “เมื่อพิจารณาจากความเข้าใจที่เซิ่งหนี่ว์มีต่อเหลียงอวี่หวง การอาศัยนางควบคุมเหลียงอวี่หวงก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
หนีหวงรู้สึกว่าแผนการนี้สมบูรณ์แบบเหลือเกิน!
