ทิงอวี่แค่นเสียงเย็นชา “ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับบ่าวของพวกเจ้า ดูแล้วก็ไม่ได้ดีสักเท่าไรนี่ โจวกุ้ยผินทารุณเจ้าอยู่หลายครั้ง ในใจเจ้าคงเกิดความแค้นแล้วกระมัง เหตุใดจึงตอบแทนความแค้นด้วยคุณธรรม ทั้งยังภักดีต่อนางไม่เสื่อมคลาย นี่ไม่ขัดแย้งกันเองหรือ?”
“คำโบราณกล่าวไว้ว่า เรื่องผิดปกติย่อมมีสิ่งผิดปกติแฝงอยู่ ฝ่าบาท เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ”
ใบหน้าผิงเอ๋อร์ซีดเผือด นางรีบส่ายหน้า “มะ...ไม่ใช่เพคะ ปกติแล้วพระสนมกุ้ยผินแม้จะเข้มงวดกับบ่าวอยู่บ้าง แต่บ่าวรู้ว่าพระนางปากร้ายใจดี...บ่าวจะเคียดแค้นพระสนมกุ้ยผินได้อย่างไรเพคะ”
ทิงอวี่อดเยาะเย้ยไม่ได้ “อ้อ เช่นนั้นก็หมายความว่าเจ้าชอบให้โจวกุ้ยผินทารุณ ชอบให้นางทุบตีด่าทออย่างนั้นหรือ? หึ ข้ามีชีวิตมาจนป่านนี้ เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกว่ามีคนชอบถูกทารุณและถูกทุบตีด่าทอ รสนิยมเช่นนี้ช่างพิเศษนัก ทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาจริง ๆ...”
ผิงเอ๋อร์ถูกทิงอวี่กล่าวจนพูดไม่ออก พลันนิ่งอึ้งไปทันที
เฝิงซู่ชิงคร้านจะฟังคำแก้ตัวไร้สาระของผิงเอ๋อร์อีก นางหันไปมองโจวอี้ แล้วถามตรง ๆ “รังนกถ้วยนี้ในตำหนักเต๋อเฟย ที่พบว่ามีพิษอยู่ คงเกิดเรื่องน่าสนใจขึ้นสินะ?”
“หมอหลวงโจว ถึงเวลาเปิดเผยความจริงต่อทุกคนแล้ว”
แววสงสัยพลันวาบขึ้นในดวงตาของทุกคน ต่างพากันมองโจวอี้
แม้แต่เหลียงอวี่หวงก็อดเลิกคิ้วไม่ได้ เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำพูดเฝิงซู่ชิง
ครู่ถัดมา โจวอี้ซึ่งก่อนหน้านี้มีสีหน้าเคร่งขรึมกลับยกยิ้มมุมปาก
เขารอไม่ไหวแล้วที่จะเปิดโปงความจริงให้ทุกคนรู้
