เสียงร้องเช่นนี้ชวนให้ขนลุก ฟังแล้วรู้สึกหวาดผวาจนสันหลังเย็นวาบ
น่าเสียดายที่ที่นี่คือคุกใต้ดิน นอกจากเซียวถิงเยี่ยนกับองครักษ์เฮยอวี่อีกไม่กี่คน ก็ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมานของจงหลิน
หน้าผากของจงหลินมีเหงื่อผุดพรายออกมามากมาย
เขาหอบหายใจอย่างหนัก ก่อนเงยหน้ามองเซียวถิงเยี่ยนด้วยแววตาหวาดหวั่นอยู่หลายส่วน
เซียวถิงเยี่ยนอยู่ใกล้เขามาก ดวงตาลุ่มลึกจับจ้องจงหลินอย่างเย็นชา
“สู้พวกเรามาพนันกันสักตาดีหรือไม่... พนันกันว่า คืนนี้เซียวกั๋วจ้างจะมาช่วยเจ้าหรือไม่”
“หากเขาส่งคนมาช่วยเจ้า เปิ่นหวังจะไม่ขัดขวาง ขอเพียงพวกเขามีความสามารถพอจะพาเจ้าออกจากคุกไปได้ เปิ่นหวังก็จะปล่อยให้พวกเจ้าไปตามทาง”
จงหลินเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จึงฟังถ้อยคำของเซียวถิงเยี่ยนอย่างเลื่อนลอย
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“อื้อ ๆ...”
เขาอยากถามเซียวถิงเยี่ยนว่าคำพูดเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
มีดสั้นยังคงปักคาอยู่ในเนื้อแขนของเขา มิได้ถูกดึงออก
เซียวถิงเยี่ยนจับด้ามมีด บิดเบา ๆ...
“คำไหนคำนั้น ม้าสี่ตัวลากก็ยากจะตามทัน... เปิ่นหวังไม่เคยผิดคำพูด หากพวกเขามีความสามารถช่วยเจ้าออกไปได้ เปิ่นหวังจะไม่ขัดขวาง และจะปล่อยเจ้าไป เจ้ายังจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้สำเร็จ”
“แต่หากพวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเจ้า หากแต่มาสังหารเจ้า จงหลิน เจ้าคิดว่าจะชดใช้เดิมพันที่แพ้ไปเช่นไร”
จงหลินชะงักงัน เขาร้องอื้อ ๆ อย่างตื่นเต้นยิ่ง
