พวกเขาต่างได้สติขึ้นมา ที่แท้สิ่งที่หลวนหยุนกล่าวล้วนเป็นความจริง สุราจอกนั้นถูกวางยาจริง ๆ
น่าแค้นนัก เมื่อครู่พวกเขายังช่วยพูดแทนเสวี่ยเยี่ยนอีกหรือ?
ชั่วขณะนั้นใบหน้าของพวกเขาพลันแดงก่ำด้วยความละอาย...
หลายคนมองหยุนหลวน ต่างเอ่ยอย่างกระดากใจว่า “หลวนหยุน เมื่อครู่พวกเราผิดเอง ไม่แยกแยะถูกผิดก็เข้าใจเจ้าผิดไป”
“ใช่... พวกเราถูกความงามบดบังดวงตาจริง ๆ ถึงได้มองคนผิดไป”
“หลวนหยุน เจ้าเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าถือโทษพวกเราเลย”
วันนี้นางอุตส่าห์มีน้ำใจเชิญพวกเขามาเที่ยวเล่นที่เรือนชิงเฉิง พวกเขากลับเชื่อคนนอกอย่างง่ายดาย แล้วยังกล่าวโทษหลวนหยุนเสียมากมาย
พอคิดถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็รู้สึกละอายจนแทบไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
แต่ละคนกระดากใจเสียจนแทบไม่กล้ามองหยุนหลวน
หยุนหลวนมิได้ถือสาพวกเขา “ทุกท่านเพียงถูกบดบังดวงตาไปชั่วครู่ ข้าไม่ถือโทษพวกท่านหรอก”
“ต่อไปเมื่อได้คบหากันมากขึ้น พวกท่านก็จะรู้เองว่าข้าเป็นคนเช่นไร คงเป็นเพราะพวกเรารู้จักกันได้ไม่นานนัก... ยังต้องปรับตัวเข้าหากันอีกมาก”
“เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในวันนี้ ข้าคงรั้งทุกท่านให้อยู่เที่ยวเล่นต่อไม่ได้แล้ว ขอพี่น้องทุกท่านโปรดให้พื้นที่แก่ข้าสักหน่อย ข้าต้องการจัดการเรื่องนี้ตามลำพัง”
ทุกคนย่อมไม่มีความเห็นอันใด เพราะเดิมทีพวกเขาก็เป็นฝ่ายผิด
ถึงกับมีคนเอ่ยตอบด้วยความรู้สึกผิดอยู่หลายส่วนว่า “หลวนหยุน หากจัดการไม่ไหวก็มาบอกพวกเราได้ทุกเมื่อ พวกเราจะช่วยเจ้าแน่นอน”
