“เหลียงหนีหวง เจ้านี่โสมมยิ่งนัก รู้ตัวหรือไม่? อย่าว่าแต่ให้ข้าแตะต้องเจ้าเลย แค่เห็นหน้าเจ้า ข้าก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว เจ้าหยามเกียรติอาเคอ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีนาง ทั้งยังทรมานสาวใช้ของนางจนตาย แค้นนี้ข้าต้องคิดบัญชีกับเจ้าให้สาสม... เดิมทีข้าคิดจะตอบแทนเจ้าด้วยวิธีเดียวกัน แต่พอเห็นใบหน้าชวนคลื่นเหียนของเจ้าแล้ว ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าไม่คู่ควร”
“หากข้าให้บุรุษหลายคนขึ้นคร่อมเจ้า เกรงว่าเจ้าคงยินดีตายคาอกพวกเขา เช่นนั้นมิเท่ากับเป็นการให้ประโยชน์แก่เจ้าหรือ? เจ้าไม่คู่ควรเป็นมนุษย์ ทั้งไม่คู่ควรจะร่วมหลับนอนกับมนุษย์... ถูกแล้ว สัตว์เดรัจฉานอย่างเจ้า ก็ควรถูกสัตว์เดรัจฉานร่วมหลับนอนด้วย”
องค์หญิงหนีหวงได้ยินถ้อยคำหยามหยันทุกคำของหยุนเซิ่น
นางแค้นจนแทบถลึงตาแตก “หยุนเซิ่น เจ้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร?”
“ตอนนั้นข้าเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าแท้ ๆ เจ้าปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณเช่นนี้หรือ? เจ้าสัตว์เดรัจฉานไร้หัวใจ... ข้าเสียใจจริง ๆ ที่ยื่นมือช่วยเจ้าในตอนนั้น ข้าควรยืนมองเจ้าไปลงนรกพร้อมบิดาผู้ล่วงลับของเจ้าเสียด้วยซ้ำ”
นางเสียใจอย่างยิ่งจริง ๆ
เหตุใดนางจึงเกิดใจอ่อนต่อหยุนเซิ่น เหตุใดจึงใจอ่อนช่วยชีวิตเขาเพียงชั่ววูบ?
แววตาของหยุนเซิ่นเต็มไปด้วยประกายมืดมิดกระหายเลือด เขาจะกล่าวถึงตนอย่างไรก็ได้ แต่นางจะหยามบิดาของเขาได้อย่างไร?
การตายของบิดาเป็นความเจ็บปวดในใจเขามาโดยตลอด
เขาจะยอมให้ผู้อื่นหยามบิดาเช่นนี้ได้อย่างไร?
