ทั่วทั้งคุกอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดฉุนจมูก
เหล่าสตรีในเรือนต่างมองฮูหยินผู้เฒ่าเซียวสิ้นลมหายใจลงทีละน้อย ความหวาดกลัวที่มีต่อฮูหยินเซียวและเซียวไต้ก็ยิ่งทวีขึ้น
ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวออกไปซักถาม ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าแก้แค้นแทนฮูหยินผู้เฒ่าเซียว
พวกนางได้แต่มองด้วยความหวาดหวั่นและเย็นชา
เกรงว่าหากเข้าใกล้ขึ้นอีกสักหน่อย คราบเลือดจะเปรอะเปื้อนกายตน
คนตระกูลเซียวเผยโฉมหน้าเย็นชาไร้ปรานีออกมาอย่างหมดเปลือก
ฮูหยินเซียวเช็ดเลือดบนใบหน้า ก่อนเตะท่อนแขนของฮูหยินผู้เฒ่าที่ห้อยระพื้นและแน่นิ่งไปแล้ว
“คงตายแล้วกระมัง ไม่ขยับแล้ว”
“หากยังไม่สิ้นใจ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะกรีดซ้ำอีกสักหลายแผล”
เซียวไต้ยิ้มอย่างเบิกบาน “ลมหายใจขาดห้วงแล้ว ร่างกายก็เย็นชืด ยายเฒ่านี่ตายสนิทแล้ว ท่านแม่ วันนี้แทงได้รวดเร็วยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินคำชมจากบุตรสาว แววตาฮูหยินเซียวก็เปี่ยมด้วยความยินดี
นางขยับริมฝีปาก กำลังจะเอ่ยบางอย่างกับเซียวไต้ ทว่ากลับมีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก ผู้คุมคุกคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ทำอะไรกันอยู่ เลือดเต็มไปหมดได้อย่างไร?”
“หา มีคนตายด้วยหรือ?”
“รีบไปรายงาน... คนตระกูลเซียวช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ นี่กำลังฆ่าฟันกันเองหรือ?”
ผู้คุมคุกมองฮูหยินเซียวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือแตะกระบี่ยาวที่ห้อยอยู่ข้างเอว แล้วชี้ไปทางนาง “อย่าขยับ เป็นเจ้าที่ฆ่าคนใช่หรือไม่? มีดเล่มนี้มาจากที่ใด? วางมีดในมือเสีย!”
