ไม่ว่านางจะกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเพียงใด ก็หาได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของทหารรักษาพระองค์เหล่านั้นแม้แต่น้อย
พวกเขามัดนางไว้ ก่อนจะกระชากร่างขึ้นจากพื้นอย่างหยาบคายยิ่ง
เซียวไต้ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำจ้องมองทหารรักษาพระองค์เหล่านั้น พลางกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“ข้าคือฮองเฮาที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ข้าจะดูสิว่าใครกล้าแตะต้องข้า!”
เหลียงอวี่หวงยืนอยู่ตรงนั้น มองเซียวไต้ด้วยแววตาเย็นชา
“เจ้าไม่ได้เป็นฮองเฮาแล้ว จะยังเรียกตนเองว่าฮองเฮาได้อย่างไร พระบิดาถูกเจ้าทำร้ายจนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พระองค์ไร้เรี่ยวแรงจัดการเจ้า ย่อมต้องให้ข้าจัดการแทน แผ่นดินจะไร้ประมุขแม้เพียงวันเดียวก็ไม่ได้ มิฉะนั้นรากฐานของแคว้นย่อมสั่นคลอน เมื่อข้าเป็นเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวของพระบิดา ย่อมต้องรับหน้าที่แบ่งเบาพระองค์โดยไม่อาจปฏิเสธ”
“อีกอย่าง...พระบิดามีพระราชโองการอภัยโทษให้ข้า คืนความบริสุทธิ์ให้ข้าแล้ว ข้าจึงยังเป็นรัชทายาทแห่งแคว้นเหลียงแห่งนี้ ต่อจากนี้ กิจการบ้านเมืองทั้งหมดของแคว้นเหลียงจะอยู่ในความดูแลของข้า เซียวไต้ เจ้าคิดว่าข้าอาศัยสิ่งใดเล่า?”
สีหน้าของเซียวไต้ย่ำแย่ถึงขีดสุด นางจ้องเหลียงอวี่หวงด้วยความเกลียดชังอย่างยิ่ง “ไอ้ลูกทรพี สารเลว เหตุใดเจ้ายังไม่ตายเสียที? ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับแล้วสินะ ว่ามีใจคิดคด!”
“เมื่อครู่เจ้าแอบอยู่ข้างนอก คอยฟังพวกเราสนทนากันมาตลอดใช่หรือไม่? เจ้าเห็นหนีหวงถูกข้าสังหารต่อหน้าต่อตา แต่กลับนิ่งเฉย รอจนนางใกล้สิ้นลมหายใจ เจ้าถึงค่อยพาคนบุกเข้ามาจากข้างนอก เหลียงอวี่หวง เจ้ามันเจ้าเล่ห์อำมหิต วางแผนชั่วร้ายยิ่งนัก!”
