“แม้จวนแม่ทัพของข้าจะแทบพังพินาศเพราะท่านพ่อจากไป ทว่าคนในจวนแม่ทัพยังมิได้ตายสิ้น ขอเพียงพวกเรายังมีชีวิต ก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปกป้องบ้านเมือง พิทักษ์แผ่นดินแคว้นหนันฉูจนตัวตาย”
ถ้อยคำของหยุนหลวนทำให้โลหิตในกายหยุนเฟิงพลุ่งพล่านด้วยความฮึกเหิม
เขาเอ่ยสนับสนุนตามไปด้วย “สิ่งที่หนูสี่กล่าวก็คือความคิดของข้าเช่นกัน เยี่ยนอ๋อง นี่คือภารกิจของจวนแม่ทัพ หวังว่าท่านจะไม่ขัดขวางความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของพวกเราในการปกป้องบ้านเมือง”
สีหน้าของเซียวถิงเยี่ยนย่ำแย่ถึงขีดสุด เขากัดฟันมองหยุนเฟิง ก่อนถามเสียงต่ำ “ร่างกายของอาหลวนไม่แข็งแรง นางยังอยู่ในช่วงพักฟื้น เจ้าเป็นพี่ชาย ไม่เพียงไม่ห้ามปรามนางก็แล้วไป แต่กลับยังร่วมมือกับนางมากดดันเปิ่นหวังอีกหรือ?”
“คุณชายรองหยุน ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของอาหลวนจริงหรือ?”
หยุนเฟิงเม้มปากยิ้มอย่างจนใจ เขามองเซียวถิงเยี่ยนแล้วกล่าวว่า “เยี่ยนอ๋อง ท่านอยู่กับหนูสี่มานานถึงเพียงนี้ ยังไม่รู้หรือว่านางเป็นคนเช่นไร? ท่านคิดว่าในยามที่แคว้นหนันฉูกำลังเผชิญภยันตรายเช่นนี้ นางจะนิ่งดูดายแล้วพักฟื้นร่างกายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้จริงหรือ?”
“แม้นางเป็นสตรี แต่ความกล้าหาญมิได้ด้อยกว่าบุรุษ นางมีปณิธานเช่นเดียวกับพวกเรา ยอมสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดิน ทุ่มเทจนวาระสุดท้ายได้”
“หากท่านเข้าใจนางจริง ก็อย่าขัดขวางนาง ดังที่หนูสี่กล่าว การปกป้องบ้านเมืองคือภารกิจของจวนแม่ทัพ เป็นความรับผิดชอบที่ลูกหลานจวนแม่ทัพต้องแบกรับ ตราบใดที่ยังไม่ตาย พวกเราก็จะไม่หยุดต่อสู้”
