เซียวไต้กระวนกระวายใจยิ่งนัก
เหงื่อเย็นบนร่างนางผุดซึมออกมาไม่หยุด
ทันใดนั้น นางได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากด้านนอก
แววตาของเซียวไต้พลันสว่างวาบ นางเร่งสาวเท้าไปถึงหน้าประตูตำหนัก ก่อนเปิดประตูออกอย่างลนลาน
เหลียงหนีหวงสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ผืนหนา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มโล่งใจ
นางยกมุมปาก มองเซียวไต้แล้วกล่าวว่า “พระมารดา เรื่องสำเร็จแล้วเพคะ”
ขณะกล่าว นางหยิบขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้เซียวไต้
จากนั้นจดหมายฉบับหนึ่งก็ร่วงลงสู่มือของนางตามมา
เซียวไต้รับของทั้งสองสิ่งมาอย่างรวดเร็ว นางแกะซองจดหมายอย่างใจจดใจจ่อ กวาดตามองเนื้อหาอย่างรวดเร็ว
นี่เป็นลายมือของหยวนจู๋ไม่ผิดแน่ อีกทั้งยังมีรหัสลับที่รู้กันเพียงสองคนอยู่ด้วย
ดังนั้นนางจึงไม่กังวลว่าจะมีผู้ใดปลอมเป็นหยวนจู๋ แล้ววางแผนเล่นงานนาง
เมื่อเซียวไต้เห็นอักษรตัวสุดท้าย หัวใจที่แขวนค้างอยู่ก็พลันค่อย ๆ สงบลง
นางอดเม้มริมฝีปากพร้อมหัวเราะเสียงเบาไม่ได้
สายตาของนางจับจ้องขวดกระเบื้องใบนั้น ซึ่งนอนอยู่กลางฝ่ามือ
หยวนจู๋บอกว่า ภายในขวดกระเบื้องบรรจุหนอนกู่ไว้ตัวหนึ่ง
ขอเพียงนางกลืนหนอนกู่ตัวนี้ลงไป แล้วร่วมหลับนอนกับเหลียงเหวินคังจนได้แนบชิดเนื้อหนัง หนอนกู่ก็จะฝังตัวเข้าไปในร่างของเหลียงเหวินคังได้สำเร็จ
เมื่อหนอนกู่ฝังตัวและเติบโตในร่างเหลียงเหวินคังแล้ว เขาจะพึ่งพาเซียวไต้ไปทั้งใจ ทั้งยังคลั่งไคล้นางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ถึงยามนั้น ไม่ว่านางจะพูดสิ่งใด เขาก็จะเชื่อฟัง ไม่มีทางขัดขืน
