สีหน้าของชานเยว่ซีดลงเล็กน้อย
นางเม้มริมฝีปาก “ความหมายขององค์หญิง...”
หนีหวงนั่งตัวตรง โบกมือสั่งให้คนพาเหลียงอวี่หวงกับถังเผิงออกไป
โถงใหญ่กว้างขวาง บัดนี้จึงเหลือเพียงพวกนางสองคน
นางลุกขึ้น เดินไปหยุดตรงหน้าชานเยว่
“เปิ่นกงหมายความว่า ให้เจ้าหาวิธีทำให้เหลียงอวี่หวงไปยอมรับความผิดต่อหน้าพระบิดาของเปิ่นกงด้วยตนเอง ต่อหน้าขุนนางและราษฎรแคว้นเหลียง”
“ชานเยว่ ด้วยความสามารถของเจ้า เจ้าย่อมมั่นใจว่าทำให้เสด็จพี่เชื่อฟังเจ้าได้ทุกอย่างใช่หรือไม่? ยามนี้เขาก็เป็นเพียงหุ่นเชิดในมือเจ้า เรื่องแค่นี้เจ้าคงทำได้กระมัง?”
ลมหายใจของชานเยว่เริ่มถี่กระชั้นขึ้น
นางอ้ำอึ้ง ไม่อยากรับปากในทันที
หนีหวงยกมือขึ้น นิ้วเย็นเฉียบบีบคางนางไว้แน่น “เจ้ารู้อยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ปฏิเสธไม่ได้ มิฉะนั้น เปิ่นกงจะส่งเจ้ากับเหลียงอวี่หวงลงนรกเสียเดี๋ยวนี้”
“ชีวิตของเจ้าเป็นเปิ่นกงที่ช่วยไว้ เปิ่นกงช่วยเจ้าได้ ก็ทำลายเจ้าได้เช่นกัน ก่อนหน้านี้เหลียงอวี่หวงปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนั้น ถึงขั้นคิดสังหารเจ้า บุรุษเช่นนี้ เจ้ายังรักเขาไปเพื่ออะไร?”
“ขอเพียงเจ้าติดตามเปิ่นกง ไม่ขัดขืนหรือทรยศเปิ่นกง เปิ่นกงย่อมไม่เอาเปรียบเจ้า หากเหลียงอวี่หวงคนนี้ตายไป ก็ยังมีเหลียงอวี่หวงคนที่สองได้ แต่หากเจ้าตาย อนาคตของเจ้าก็สิ้นสุดลง”
แผ่นหลังของชานเยว่ชุ่มไปด้วยเหงื่อโดยไม่รู้ตัว
นางพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ “เพคะ... ข้าน้อยรับบัญชา”
