ทหารผู้นั้นรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนยันกายลุกขึ้นจากพื้น แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองไป
ครึ่งชั่วยามต่อมา บุรุษวัยราวสี่สิบกว่าปีในชุดขุนนางก็พาผู้ติดตามจำนวนหนึ่งวิ่งมาถึงอย่างเร่งร้อน
เมื่อเห็นองค์หญิงหนีหวง เขาก็หมอบคำนับลงกับพื้นโดยไม่กล่าวสิ่งใดก่อน “กระหม่อมถังเผิง เจ้าเมืองอิงเฉิง คารวะองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ!”
องค์หญิงหนีหวงทอดพระเนตรถังเผิงจากเบื้องสูง ก่อนมีรับสั่งเสียงเข้ม “หลายวันนับจากนี้ เปิ่นกงจะพำนักที่จวนของเจ้า เจ้าต้องคุ้มครองความปลอดภัยของเปิ่นกงให้ดี”
“นอกจากเปิ่นกงแล้ว เสด็จพี่ของเปิ่นกงก็จะพำนักที่จวนของเจ้าด้วย จงไปจัดเตรียมที่พักให้พวกเรา”
ถังเผิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ครั้นจึงเห็นรัชทายาทประทับยืนอยู่ข้างสตรีอีกนางหนึ่ง พระองค์ก้มพระพักตร์ ไม่ทราบว่ากำลังคิดสิ่งใด
ถังเผิงรู้สึกแปลกใจนัก ยังไม่นับการแต่งกายมอมแมมขององค์หญิงหนีหวงกับรัชทายาท เพียงท่าทีผิดแผกของรัชทายาทก็ทำให้เขาเกิดความสงสัยแล้ว
แต่เขาจะกล้าซักถามได้อย่างไร เกรงเหลือเกินว่าจะล่วงเกินองค์หญิงหนีหวง
เขาข่มความสงสัยในใจไว้ แล้วรีบขานรับเสียงเบา สั่งให้คนกลับไปจัดเตรียมที่พักขององค์หญิงและรัชทายาทโดยเร็ว
องค์หญิงหนีหวงเงยพระพักตร์ ทอดพระเนตรไปทางเมืองเย่
“ส่งคนไปสืบดูว่าเมืองเย่เกิดเรื่องใดขึ้น เหตุใดจึงมีไฟลุกไหม้ใหญ่โตถึงเพียงนั้น จงเร่งสืบให้เร็ว อีกสองชั่วยาม เปิ่นกงต้องรู้ความจริง”
ถังเผิงขานรับซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเสียงสั่น
