เฉิงซื่ออดทอดถอนใจมิได้... พลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า แม่นางเฝิงผู้นี้อาจมิใช่สตรีที่ฝ่าบาททรงปรารถนาจะแต่งตั้งเป็นฮองเฮา
เหตุที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา ก็เพราะทรงเห็นความสามารถและฐานะของนาง
ดังนั้นพระองค์จึงไม่ใส่พระทัยเลยว่า การจัดการคัดเลือกหญิงงามหลังพิธีอภิเษกสมรสจะเป็นเรื่องโหดร้ายและเย็นชาต่อฮองเฮาเพียงใด
เฉิงซื่อไม่กล้ารั้งรอ ยิ่งไม่กล้าซักถาม เขาขานรับทันที
เหลียงอวี่หวงโบกมือให้เขาไปจัดการโดยเร็ว
เฉิงซื่อมุ่งหน้าออกจากวังโดยไม่หยุดพัก แล้วไปยังจวนตระกูลฟู่เพื่อถ่ายทอดพระดำรัสด้วยวาจา
ฟู่จืออวี้ไม่คิดเลยว่าเฝิงซู่ชิงจะตอบตกลงเรื่องให้นางเข้าวังเป็นพระสนมได้ง่ายดายถึงเพียงนี้
วันนั้นเมื่อนางกลับไปพร้อมบิดา ทั้งสองตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
เฝิงซู่ชิงบอกว่า อีกสามวันจะมีข่าวส่งมา ให้พวกเขารออย่างสงบ
ฟู่จืออวี้ตื่นเต้นอยู่ในใจ หลายคืนมานี้แทบมิได้พักผ่อน
ในใจนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง ทั้งยังแฝงความกระวนกระวายอยู่หลายส่วน
นางรู้สึกอยู่เสมอว่าเฝิงซู่ชิงตอบรับคำขอของนางง่ายดายเช่นนี้ ย่อมมีเล่ห์กลซ่อนอยู่เป็นแน่
ทว่านางรออยู่หลายวัน ทั้งยังส่งคนไปสืบดูแล้ว ทางเฝิงซู่ชิงกลับสงบนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ
เช้าตรู่วันหนึ่ง นางลุกขึ้นล้างหน้าเปลี่ยนชุด แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงาม แล้วนั่งรออย่างตื่นเต้นอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
ทันทีที่แสงตะวันเริ่มสาดส่อง เสียงบ่าวไพร่ที่ตื่นเต้นยินดีก็ดังมาจากด้านนอก
“คุณหนู... มาแล้ว... คนจากในวังมาแล้วเจ้าค่ะ”
“คุณหนู รีบไปที่เรือนหน้าเพื่อรับพระราชโองการเถิดเจ้าค่ะ”
