“มิฉะนั้น จุดจบของเสี่ยวมู่ก็คือจุดจบของเจ้า เจ้าไปล่วงเกินคุณหนูเจ็ด จนเสี่ยวมู่ต้องตายแทนเจ้า บัดนี้เจ้าควรเจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้าง แต่กลับยังกล้ามาสืบหาสาเหตุการตายของเสี่ยวมู่อีกหรือ? ใครกันที่มอบความกล้าให้เจ้า ถึงได้กำเริบเสิบสาน กล้าต่อกรกับคุณหนูเจ็ดเช่นนี้?”
ฝ่ามือนี้ลงแรงไม่น้อย โจวชิงเหยียนถูกตบจนมึนงงไปหมด เลือดสดไหลซึมจากมุมปากอย่างรวดเร็ว
นางเบือนหน้าไปด้านข้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่ได้สติ
จงหลินยังคงยิ้มบาง ๆ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เช็ดเลือดที่มุมปากให้นางอย่างอ่อนโยน
“จงเชื่อฟังเสียบ้าง ตั้งใจทำงานให้ท่านกั๋วจ้างอย่างสงบเสงี่ยม หากเจ้าไม่เชื่อฟัง ก็ไม่มีทางรอดแล้ว หากอยากตาย ข้าก็ส่งเจ้าไปพบเสี่ยวมู่ได้เดี๋ยวนี้”
โจวชิงเหยียนค่อย ๆ กำหมัด ปล่อยให้เล็บเรียวแหลมจิกลงในเนื้อฝ่ามือ
ความแค้นอันเข้มข้นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
นางมองจงหลินด้วยแววตาเย็นเยียบถึงขีดสุด
จงหลินสบตานาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ตบโจวชิงเหยียนอีกฉาดอย่างแรง
“มีความแค้น มีความขุ่นเคืองใช่หรือไม่? เช่นนั้นวันนี้ข้าจะตบความขุ่นเคืองและความแค้นของเจ้าให้หมดสิ้น...”
“ใครก็ได้ มาตบปากนาง... ข้าบอกให้หยุดเมื่อใด ค่อยหยุดเมื่อนั้น”
เขาสะบัดโจวชิงเหยียนออกอย่างแรง แล้วลุกขึ้นยืนทันที
หญิงวัยกลางคนรับคำสั่งก้าวเข้ามาสองคน ต่างผลัดกันเงื้อแขนตบใบหน้าโจวชิงเหยียน
