เมื่อครู่เซียวจื่ออวี้แสร้งทำเป็นมีอาการจากพิษกู่
ทั้งสองต่างตึงเครียด เกรงว่าเซิ่งกุยจะจับพิรุธได้
ไม่คาดคิดว่าเซิ่งกุยอาจใจลอย จึงไม่พบความผิดปกติใด ๆ ของเซียวจื่ออวี้
เซียวจื่ออวี้ที่ข่มใจเกร็งไว้แน่น ในที่สุดก็คลายใจลงได้
เขานั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์ ยกขาขึ้นไขว่ห้าง รอยยิ้มเจือความยินดีในชัยชนะ “ตาเฒ่าผู้นั้นคิดแต่จะปกป้องเหลียงอวี่หวง เพื่อไม่ให้ข้าทำร้ายเหลียงอวี่หวง ถึงกับวางยาพิษข้า?”
“แค้นนี้ ข้าจดจำไว้แล้ว เมื่อก่อนข้าช่างไร้เดียงสานัก คิดว่าเขาจะช่วยให้ข้าฟื้นคืนสู่อำนาจอย่างสุดกำลัง เพราะบิดาข้ามีบุญคุณต่อเขา ครั้นเกิดเรื่องนี้ขึ้น ข้าจึงได้รู้ว่า ทั้งหมดเป็นคำลวงที่เขาใช้หลอกข้าให้ทำงานรับใช้เขา”
“เขาไม่คิดช่วยข้าเลย ผีเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงเขาวางแผนสิ่งใด ทั้งที่มีความสามารถพอจะกำจัดเหลียงอวี่หวงได้ทันที แต่กลับไม่ยอมลงมือ”
ขณะกล่าว เขาก็กัดฟันกรอด แล้วทุบโต๊ะข้างกายอย่างแรง
เสียงดังเพล้ง ถ้วยชาบนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
แววตาของมู่เหย่ไหววูบ ก่อนเอ่ยปลอบทันที “คุณชายห้าโปรดอย่ากริ้ว ยามนี้เราหลอกผู้อาวุโสได้สำเร็จแล้ว ถึงเวลาเริ่มลงมือทำบางเรื่อง มิฉะนั้นอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้”
แววเหี้ยมเกรียมวาบผ่านดวงตาเซียวจื่ออวี้ เขาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“ใช่แล้ว ถึงเวลาเริ่มทำบางเรื่องแล้ว”
“ข้าจะลังเลต่อไปมิได้ ตราบใดที่เหลียงอวี่หวงตาย ทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลง ข้าต้องสังหารเหลียงอวี่หวง...มู่เหย่ เจ้านำป้ายบัญชาของข้าไป ก็จะบัญชาหน่วยมืดของตระกูลเซียวได้ จงไปสั่งให้พวกเขาลอบสังหารเหลียงอวี่หวง ต้องทำให้ไร้ข้อผิดพลาด และอย่าให้เหลียงอวี่หวงมีโอกาสรอดชีวิตเป็นอันขาด”
