กลัวสิ่งใดก็มักได้สิ่งนั้นจริง ๆ
ในรังนกมีพิษร้ายอยู่จริง ๆ ครานี้เหนียงเหนียงคงล้างมลทินไม่พ้นแล้ว
สีหน้าของเฝิงซู่ชิงกลับสงบนิ่งยิ่ง
นางตบหลังมือทิงอวี่เบา ๆ แล้วปลอบเสียงต่ำ “อย่าเพิ่งร้อนใจ...นี่เป็นเรื่องดี”
ทิงอวี่ชะงักงันไปชั่วขณะ นางมองเฝิงซู่ชิงผ่านม่านน้ำตา “เรื่อง...เรื่องดีหรือเพคะ? เหนียงเหนียงคงมิได้โกรธจนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง?”
มิฉะนั้น เหนียงเหนียงของนางจะเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร?
ตรวจพบพิษในรังนกแล้ว เรื่องเช่นนี้จะเป็นเรื่องดีได้อย่างไร?
ทิงอวี่แทบร่ำไห้ไม่ออก ในใจสิ้นหวังถึงขีดสุด
ทว่าเฝิงซู่ชิงเพียงเม้มริมฝีปากอย่างเฉยเมย มิได้คิดเปิดเผยความในใจ
นางเพียงหันไปจับสังเกตสีหน้าของผิงเอ๋อร์
แววตาของผิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความยินดี นางพลันร้องไห้โฮขึ้นมาอีกครั้ง “สวรรค์มีตาจริง ๆ ท้ายที่สุดก็ทนเห็นเหนียงเหนียงของพวกเราถูกวางยาไม่ไหว ความจริงกำลังจะปรากฏแล้ว!”
“ฝ่าบาท บัดนี้พระองค์ยังทรงเชื่อหรือเพคะว่าฮองเฮาเหนียงเหนียงบริสุทธิ์? หลักฐานแน่นหนาถึงเพียงนี้แล้ว ขอฝ่าบาทโปรดลงโทษฮองเฮาเหนียงเหนียงทันที เพื่อคืนความเป็นธรรมให้เหนียงเหนียงกุ้ยผินของพวกเราด้วยเพคะ”
เหลียงอวี่หวงขมวดคิ้ว สีหน้ามืดครึ้มยิ่งนัก
เขาหันไปมองเฝิงซู่ชิง กลับเห็นนางมีสีหน้าเรียบเฉยและสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
เขาอดชะงักไปเล็กน้อยมิได้
สีหน้าของฮองเฮาไม่ชอบมาพากล คล้ายกับนางคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เหลียงอวี่หวงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ กดความขุ่นเคืองในใจลงทีละน้อย
