นางกรีดร้องเสียงแหลม พยายามดิ้นรนสุดแรง
ทว่าโลหิตในกายกลับทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความวิงเวียนถาโถมเข้าใส่
นางไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงของฉู่หลิงได้เลย
ดวงตาฉู่หลิงแดงก่ำ ไม่สนใจมารดาฉู่ที่ดิ้นรนขัดขืน นางกำมีดสั้นไว้ กระชากมันออกมา แล้วแทงลงไปอีกครั้ง
โลหิตสาดกระเซ็น เปรอะเปื้อนใบหน้าและร่างกายของนาง
นางดูราวกับยมราชกระหายเลือดที่คลานขึ้นมาจากขุมนรก
กริชแทงลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่นานนัก มารดาฉู่ก็สิ้นลมหายใจ
ร่างของนางค่อย ๆ เย็นลง โลหิตแทบไหลออกจากกายจนหมด ฉู่หลิงจึงหยุดมือ นางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดโลหิตบนใบหน้า
สีหน้าของนางไร้ความรู้สึก ราวกับหุ่นเชิดที่สูญสิ้นวิญญาณ
ฉู่เฟิงมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นมารดาสิ้นใจและไม่มีวันส่งเสียงร้องได้อีก ความเจ็บปวดก็แล่นลึกถึงขั้วหัวใจ
แววตาที่เขามองฉู่หลิงไม่มีความผูกพันเหลืออยู่อีกแม้แต่น้อย
เขากัดฟันกรอด ตวาดลั่นว่า “ฉู่หลิง นางหญิงใจอำมหิต! เจ้าถึงกับฆ่าท่านแม่ หัวใจของเจ้าทำด้วยอะไร เหตุใดจึงโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้?”
ฉู่หลิงเหลือบมองฉู่เฟิงอย่างเฉยชา ก่อนแค่นหัวเราะเย็นชา
จากนั้นนางก็ลุกขึ้นจากพื้น ไม่สนใจเสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังของฉู่เฟิง แล้วก้าวไปหาบิดาฉู่ทีละก้าว
บิดาฉู่ถูกตัดลิ้น จึงส่งเสียงไม่ได้
เมื่อเห็นภรรยาถูกแทงตาย เขาก็สะอื้นคร่ำครวญเสียงเบา
ครั้นรู้ว่าฉู่หลิงกำลังเดินเข้ามาหา เขาก็หวาดผวาจนสุดขีด ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล หมายจะหนีเอาชีวิตรอด
