ราวครึ่งเค่อให้หลัง ชาวบ้านเหล่านั้นก็ค่อย ๆ สงบลง ดวงตาที่เคยเหม่อลอยก็เริ่มกลับมามีสติอยู่บ้าง เมื่อหยุนชิง โจวถง และหยุนเฟิงเห็นว่ายาถอนพิษของหมอเทวดาหลู่ได้ผลดี ต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
วิกฤตครั้งนี้นับว่าคลี่คลายลงชั่วคราว
ทว่าชาวบ้านที่เสียชีวิตกลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะพรรณนาในใจพวกเขา
หยุนชิงมองเลือดและซากศพเกลื่อนพื้น ดวงตาของนางแดงก่ำ เดิมทีนางคิดว่า ขอเพียงรักษาเมืองเฟิ่งเอาไว้ได้ ชาวบ้านในเมืองเฟิ่งก็จะไม่ตกอยู่ในอันตรายและตายอย่างอนาถ
ใครจะคิดว่าเซียวเสวียนรุ่ยจะใช้วิธีต่ำช้าไร้ยางอายเช่นนี้ มาทำร้ายชาวบ้านผู้บริสุทธิ์
บุรุษผู้นี้วิกลจริตไปนานแล้ว ยามนี้เขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นเดรัจฉานตัวหนึ่ง
หยุนเฟิงช่วยเหล่าทหารจัดการศพชาวบ้านและจัดการเรื่องต่าง ๆ หลังเหตุการณ์
ครั้นตะเกียงลอยที่เหลือร่วงลงมา โจวถงก็ให้คนใช้ผ้าปิดหน้า สวมถุงมือ แล้วนำลูกธนูที่ยิงตกเข้ามาพร้อมกับตะเกียงลอยมากองรวมกัน ก่อนจัดการปิดผนึกไว้
หยุนชิงไม่เข้าใจการกระทำของโจวถงนัก
นางขมวดคิ้วถาม “ของพวกนี้ไม่ควรทำลายทิ้งหรือ เหตุใดเจ้าจึงยังห่อพวกมันเก็บไว้อีก?”
แววขบขันวูบผ่านดวงตาโจวถง เขาเหลือบมองหยุนชิง “ของพวกนี้ล้วนมีพิษและไอพิษ หากใช้ไฟเผา กลิ่นที่ลอยออกมาอาจทำให้พวกเราถูกพิษได้”
“แต่หากฝังดินไว้นานเข้า ก็จะส่งผลต่อสภาพดิน สืบไปย่อมก่อผลร้าย วิธีที่ดีที่สุดคือส่งคืนกลับไปยังที่ที่มันจากมา”
