ซือหลี่ร้อนใจแทบแย่ ทว่าหมอเทวดาหลู่กลับพูดจาไม่ตรงคำถาม
ใบหน้าของเขาแดงก่ำอย่างอดไม่ได้ “โอ๊ย หมอเทวดาหลู่ อย่าจงใจหยอกข้าอีกเลย ท่านรีบบอกมาเถิด องค์อ๋องเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
หมอเทวดาหลู่เหลือบมองซือหลี่ด้วยแววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เขามิได้ตอบในทันที กลับสั่งให้องครักษ์เฮยอวี่ที่อยู่ข้างกายหามเซียวถิงเยี่ยนขึ้นรถม้า ส่งกลับจวนเยี่ยนอ๋อง
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน พลางจัดแขนเสื้อที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยให้เรียบร้อย
ซือหลี่ร้อนใจจนเหงื่อท่วมศีรษะ วิงวอนเสียงอ่อน “หมอเทวดาหลู่ ท่านรีบบอกข้าเถิด องค์อ๋องเป็นอย่างไรกันแน่ ข้าขอร้องท่าน อย่าจงใจอุบคำตอบอีกเลย ข้าทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ”
หมอเทวดาหลู่ส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า “ดูสมองทึบของเจ้าสิ หากองค์อ๋องเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ ยามนี้ข้ายังจะมีอารมณ์มาหยอกเจ้าอยู่ที่นี่หรือ?”
ดวงตาซือหลี่พลันเป็นประกาย เขากำแขนเสื้อของหมอเทวดาหลู่แน่น “หมอเทวดาหลู่ ท่านหมายความว่าองค์อ๋องไม่เป็นอะไรแล้วหรือ? แต่เมื่อครู่พระองค์กระอักเลือดสีดำอมม่วงออกมา องค์อ๋องจะไม่เป็นไรจริงหรือ?”
เขาเห็นกับตาตอนหวงชิวเหลียนโปรยผงพิษออกมา อานุภาพของมันร้ายกาจเพียงใด
เพียงสัมผัสผงพิษนั้นเล็กน้อย ก็ถึงแก่ชีวิต เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดจนสิ้นใจ
องค์อ๋องสูดผงพิษเข้าไปส่วนหนึ่ง ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เป็นอะไรเลย
หมอเทวดาหลู่ยังคงไม่ตอบคำถามของซือหลี่ เขากวาดตามองไปรอบด้าน ครั้นเห็นศพของหวงชิวเหลียน แววมืดมนก็วาบผ่านดวงตา
