“คนดื้อรั้นอย่างเขา จะยอมเปลี่ยนใจเพราะคนตายอย่างข้าได้อย่างไร? ข้าเปลี่ยนเขาไม่ได้ และไม่มีผู้ใดทำให้เขาหันกลับมาสู่ทางที่ถูกต้องได้… ระหว่างเราจบสิ้นกันอย่างแท้จริงแล้ว!”
ไม่รู้เพราะเหตุใด หลังเอ่ยประโยคนี้ ตงเคอกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
ประหนึ่งก้อนหินที่กดทับหัวใจถูกยกออกไปในชั่วพริบตา ในที่สุดนางก็ได้หายใจสะดวกและปล่อยวาง
หมอเทวดาหลู่มองตงเคอผู้มีสีหน้าซีดขาวด้วยแววตาซับซ้อน
เขาอ้าปาก แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับนึกไม่ออกว่าควรปลอบตงเคอเช่นไร
ปลายจมูกของตงเคอแสบปร่า นางก้มหน้าลง หยาดน้ำตาใสกระจ่างร่วงจากหางตาทีละหยดอย่างมิอาจควบคุม
นางยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาเหล่านั้นออกทีละรอย
นางสูดจมูก แม้ในใจจะเจ็บปวดราวถูกมีดกรีด บนใบหน้ากลับยังมีรอยยิ้มบางเบา
“ข้าไม่อยากมีชีวิตเช่นนี้อีกแล้ว เหนื่อยเหลือเกิน ในเมื่อเป็นการตัดสินใจของเขา ข้าก็จะเคารพการตัดสินใจนั้น… นับแต่นี้เราต่างแยกย้าย ต่างใช้ชีวิตของตนให้ดี”
“ครึ่งแรกของชีวิต ข้ามีชีวิตอยู่เพื่อบิดา เพื่อจวนจงหย่งโหว ครึ่งหลังของชีวิต ข้ากลับใช้ชีวิตอย่างไร้วิญญาณเพื่อหยุนเซิ่น เพื่อจวนแม่ทัพ บัดนี้ข้าตายไปครั้งหนึ่งและได้เริ่มต้นใหม่แล้ว ข้าควรมีชีวิตอยู่เพื่อตนเองบ้าง…”
หมอเทวดาหลู่ถามเสียงต่ำ “หลังจากนี้ ฮูหยินน้อยมีแผนการเช่นไรหรือ?”
ตงเคอหันไปมองบานหน้าต่างที่อยู่ไม่ไกล หน้าต่างเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ทอดเข้ามาในสายตา นางเม้มริมฝีปาก ก่อนยิ้มบาง ๆ
