“ว่ามาเถิด พระบิดามีรับสั่งอันใด?” เหลียงอวี่หวงเอนกายพิงเก้าอี้ไท่ซืออย่างเกียจคร้าน เม้มมุมปากพลางเอ่ยถาม
ขันทีหลิวไม่กล้าลุกขึ้น ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น
เขากล่าวเสียงสั่นเครือว่า “ฝ่าบาทมีรับสั่ง ให้รัชทายาทเสด็จเข้าวังพ่ะย่ะค่ะ พระองค์มีเรื่องจะทรงหารือกับรัชทายาท”
“ก็แค่ให้เปิ่นกงเข้าวัง เหตุใดถึงต้องส่งทหารรักษาพระองค์มาด้วย? เบื้องหลังเรื่องนี้ซ่อนแผนการอันใดไว้กันแน่?” เหลียงอวี่หวงมองขันทีหลิวด้วยสายตาเย็นเยียบ
ขันทีหลิวรู้สึกหนังศีรษะชาวาบทันที เขาจะกล้าปิดบังอะไรได้ จึงตอบกลับด้วยเสียงสั่น
“ได้ยินว่าอาการขององค์หญิงหนีหวงไม่สู้ดี... ดูเหมือนจะถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงให้คนสืบค้น ผลกลับสาวมาถึงรัชทายาท ฝ่าบาทจึงให้บ่าวพารัชทายาทเข้าวัง เพื่อซักถามรายละเอียดพ่ะย่ะค่ะ”
สาเหตุที่เขาเข้าไปในจวนรัชทายาทแล้วแสดงท่าทีวางอำนาจใส่เหลียงอวี่หวง ก็เป็นเพราะเรื่องนี้
บัดนี้มีหลักฐานบางอย่างที่ชี้ไปยังรัชทายาทอย่างเลือนราง
ฮ่องเต้ทรงพิโรธอย่างยิ่ง ถึงกับมีรับสั่งเด็ดขาดว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพารัชทายาทเข้าวังให้ได้
หากเรื่องนี้เป็นความจริง เกรงว่าเหลียงอวี่หวงซึ่งเป็นรัชทายาทจะถูกปลดจากตำแหน่งและส่งเข้าคุกหลวงภายในวันนี้
คนในวังล้วนรู้ดีว่าองค์หญิงหนีหวงมีความสำคัญต่อฝ่าบาทเพียงใด
องค์หญิงหนีหวงถูกองค์รัชทายาททำร้ายจนบัดนี้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ฮ่องเต้จะยังทรงอดทนต่อเหลียงอวี่หวงได้อย่างไร
