หากเขาไม่กลัวตาย คิดลองหยั่งเชิงนาง และดึงดันจะเดินไปสู่ทางตัน นางก็ทำได้เพียงสนองความปรารถนาของเขา
“ไม่เป็นไร ทหารมาก็รับมือด้วยขุนพล น้ำท่วมก็รับมือด้วยดิน... ข้าวางยาพิษเขาไว้แล้ว หากเขากล้าลงมือกับข้า ก็เท่ากับไม่อยากมีชีวิตอยู่ คิดลากข้าไปตายด้วยกัน”
“ข้าไม่กลัวว่าเขาจะคิดไม่ซื่อ... หากเขาคิดมาหาเรื่องข้าอีก ข้าจะไม่เหลือทางรอดให้เขาอีกต่อไป”
เถ้าแก่ได้ฟังคำตอบอันหนักแน่นของนาง ใจที่กระสับกระส่ายก็สงบลงโดยไม่รู้ตัว
เขาร่างสัญญาความร่วมมือกับหยุนหลวนขึ้นฉบับหนึ่ง
หยุนหลวนอ่านอยู่สองรอบ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาใด จึงลงนามและประทับลายนิ้วมือ
ความร่วมมือระหว่างทั้งสองนับว่าบรรลุผลสำเร็จ
เถ้าแก่จ้องสัญญาในมือด้วยความยินดีจนยิ้มไม่หุบ เขาตบอกพลางให้คำมั่นกับหยุนหลวนว่า “คุณชาย วางใจได้เต็มที่ ขอเพียงท่านเชื่อใจข้า ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเป็นอันขาด สักวันหนึ่ง ข้าจะเปิดโรงน้ำชาไปจนถึงเมืองหลวง”
“ข้าจะทำให้คุณชายกลายเป็นหนึ่งในสิบมหาเศรษฐีของแคว้นเหลียง”
หยุนหลวนมองรอยยิ้มเปี่ยมสุขของเถ้าแก่
มุมปากของนางพลันยกขึ้นตามอย่างอดไม่ได้
นางก้มมองสัญญาที่ลงนามเรียบร้อยแล้วในมือ ครั้นเหลือบเห็นชื่อของเถ้าแก่ก็ชะงักไปเล็กน้อย
เถียนจิ้นหรือ?
ชื่อนี้เมื่อนางนึกทบทวนอย่างละเอียด ดูคล้ายจะคุ้นหูอยู่บ้าง ราวกับเคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน
เดี๋ยวก่อน...เหมือนชาติก่อนนางเคยได้ยินคนพูดถึงเรื่องแคว้นเหลียง ว่ากันว่าเถียนจิ้น มหาเศรษฐีแห่งแคว้นเหลียง ทำให้ราชวงศ์แคว้นเหลียงหวาดระแวง เพื่อรักษาชีวิต เขาจึงบริจาคทรัพย์สมบัติมหาศาลของตระกูลเถียน แล้วเดินทางกลับบ้านเกิด
ใครจะรู้ว่าเพิ่งกลับถึงถิ่นเกิดได้ไม่ถึงครึ่งปี เขาก็สิ้นใจอย่างกะทันหัน
