ในใจเฮยอี้เกิดความรู้สึกต่อต้านอวี๋ชิงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หวังคุนตายแล้ว แต่หมอเทวดาหลู่กลับรับอวี๋ชิงเป็นศิษย์ นี่เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการใช้นางมาชดเชยบาดแผลจากการสูญเสียหวังคุน
ทว่าอวี๋ชิงจะมีคุณสมบัติใดมาเทียบกับหวังคุนได้?
ความรู้สึกที่มีต่อกันนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หมอเทวดาหลู่สามารถปฏิบัติต่ออวี๋ชิงได้อย่างไร้ข้อกังขา
แต่เขาทำไม่ได้
หวังคุนก็คือหวังคุน ส่วนอวี๋ชิงเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคย
บุรุษชุดดำแค่นเสียงเย็นชา “ต่อไปเรียกข้าว่าเฮยอี้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องตีสนิทด้วยการเรียกข้าว่าน้องชาย”
“ข้าไม่ชอบคำเรียกสนิทสนมเช่นนี้”
อวี๋ชิงยิ้มเจื่อนพลางเม้มริมฝีปาก “ขออภัย เป็นข้าที่เสียมารยาท”
หมอเทวดาหลู่ทนเห็นศิษย์ของตนถูกเฮยอี้กลั่นแกล้งเช่นนี้ไม่ได้
เขายกมือเคาะหน้าผากเฮยอี้ทันที
“เจ้าหนุ่มตัวแสบ นิสัยเก่ากำเริบอีกแล้วหรือ?”
“นางอายุมากกว่าเจ้า ทั้งยังเป็นศิษย์ของข้า นางเรียกเจ้าว่าน้องชายแล้วจะเป็นอะไรไป?”
เฮยอี้ไม่คิดว่าหมอเทวดาหลู่จะเคาะหัวตน จึงรีบถอยหลังไปหลายก้าว
แรงมือช่างหนักหน่วงยิ่งนัก
เฮยอี้ลูบศีรษะ มองหมอเทวดาหลู่ด้วยสีหน้าหงุดหงิด “พวกเราเพิ่งพบกัน ท่านก็ลงมือกับข้าเพื่อปกป้องนางแล้วหรือ? เมื่อก่อนไม่เห็นท่านลำเอียงเช่นนี้...สมแล้วที่เป็นศิษย์หญิง ย่อมไม่เหมือนกัน”
หมอเทวดาหลู่โกรธจนเครากระดิก ตาถลึงมองเฮยอี้ “เฮ้ เจ้ายังกล้าเถียงข้าอีกหรือ? ดี เจ้าหนุ่มตัวแสบ เพิ่งพบกันแท้ ๆ ก็จงใจทำให้ข้าขุ่นเคืองแล้วใช่หรือไม่?”
