นักพรตหญิงเม้มปาก ก่อนยิ้มเยาะอย่างไม่ยี่หระ นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยโดยอดมิได้ “เจ้าจะตัดใจลงหรือ?”
เซิ่งกุยปรายตามองนักพรตหญิงด้วยแววตาเย็นชา
“หยวนจู๋... ระวังคำพูดของเจ้า...”
นักพรตหญิงดูคล้ายไม่หวาดกลัวเซิ่งกุยแม้แต่น้อย นางไม่สนใจคำเตือนของเขา ทั้งยังกล่าวเหน็บแนมต่อไปว่า “เหลียงอวี่หวงเป็นบุตรชายของเมิ่งจวิน เป็นสายเลือดเดียวที่นางหลงเหลือไว้บนโลกนี้ เจ้าคิดแน่แล้วหรือว่าจะลงมือกับเขาได้?”
“หากเหลียงอวี่หวงตายไป คนที่ยังเกี่ยวพันกับเมิ่งจวินเป็นคนสุดท้ายก็จะไม่เหลืออีกแล้ว เจ้าตัดใจได้จริงหรือ เซิ่งกุย?”
เซิ่งกุยบันดาลโทสะ ยื่นมือรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน บีบคอนักพรตหญิงไว้แน่น
“หุบปาก...”
“หากเจ้ายังพูดอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้”
ในดวงตาของนักพรตหญิงไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงแววเยาะเย้ยยามมองเซิ่งกุย “อย่างไรเล่า คำพูดของข้าแทงใจเจ้าหรือ? เซิ่งกุย เจ้าจะยังอาลัยอาวรณ์เมิ่งจวินหญิงแพศยาผู้นั้นไปอีกนานเท่าใด?”
“นางตายไปกี่ปีแล้ว? ครานั้นนางทรยศเจ้า แต่งให้เหลียงเหวินคัง เจ้าควรเกลียดนางมาตลอด มิใช่ยังคะนึงถึงนางเช่นนี้ ผ่านมาหลายปีแล้ว เจ้ายังรำลึกถึงนางไม่เลิกรา”
เสียงเพียะดังขึ้น เซิ่งกุยอดกลั้นไม่ไหว ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้านักพรตหญิงอย่างแรงในทันใด
ใบหน้าของนักพรตหญิงสะบัดไปด้านข้าง
ดวงตาของนางค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น
นางหัวเราะเสียงต่ำ ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าตบข้าอีกแล้ว... เซิ่งกุย ลองคิดดูให้ดี ตลอดหลายปีมานี้ เจ้าเพื่อเมิ่งจวิน ตบหน้าข้าไปกี่ครั้งแล้ว?”
