“เซิ่งหนี่ว์มีบุญคุณต่อข้าน้อยยิ่งนัก หากไม่มีนาง ข้าน้อยคงตายไปนานแล้ว ข้าน้อยเฝ้าคิดมาตลอดว่าจะตอบแทนบุญคุณนางด้วยวิธีใด บัดนี้ข้าน้อยช่วยนางสังหารเสี่ยวหยุน กำจัดคู่แข่งหัวใจคนสำคัญให้นาง เซิ่งหนี่ว์ย่อมวางใจได้แล้ว”
ชานเยว่แสร้งทำเป็นโกรธเกรี้ยว ก่อนพุ่งเข้าไปตบหน้าไต้เยว่ฉาดหนึ่ง
“เหลวไหล! เจ้าเหตุใดจึงโง่เขลาเช่นนี้ นี่มิใช่การช่วยข้า แต่เป็นการทำร้ายข้าต่างหาก ข้าตั้งใจจะตัดใจจากรัชทายาทและทำให้เขากับเสี่ยวหยุนสมหวัง ใครจะคิดว่าเจ้าจะลงมือวางยาพิษเสี่ยวหยุนโดยไม่ปริปากสักคำ เจ้า...เจ้าทำเช่นนี้แล้วจะให้ข้าวางตัวเช่นไร จะให้ข้าเผชิญหน้ากับรัชทายาทได้อย่างไร”
กล่าวจบ นางก็ทรุดเข่าลงกับพื้น ยกมือกุมแก้มแล้วสะอื้นไห้
“เจ้าวางยาพิษเสี่ยวหยุนได้อย่างไร พิษนี้แม้แต่ข้ายังถอนพิษมิได้ เจ้าไปได้ยาพิษมาจากที่ใดกันแน่ ช่างโง่เขลานัก...การตอบแทนบุญคุณหาใช่ทำเช่นนี้ไม่ เจ้านี่กำลังทำร้ายข้าชัด ๆ”
ชานเยว่ร่ำไห้พลางมองเหลียงอวี่หวงอย่างสิ้นหวัง “ฝ่าบาท เป็นความผิดของหม่อมฉันที่ดูแลคนข้างกายไม่ดี หม่อมฉันมีความผิดเพคะ”
ไต้เยว่มองการแสดงอันยอดเยี่ยมของชานเยว่ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและถากถาง
เซิ่งหนี่ว์ช่างเสแสร้งยิ่งนัก ยามนี้ในใจคงยินดีจนแทบคลุ้มคลั่งแล้วกระมัง ทว่านางกลับแสดงท่าทีโศกเศร้าเช่นนี้
หากนางไม่พูดออกมา เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซิ่งหนี่ว์กระมัง
