หัวใจของขันทีหลิวพลันสั่นสะท้าน
เขารีบหันไปมองหยวนหลิง “เพิ่งลงไม้เรียวไปไม่กี่ที เหตุใดเขาจึงหมดสติไปได้?”
สีหน้าของหยวนหลิงย่ำแย่ลงอย่างยิ่ง
ลางสังหรณ์อันไม่ดีผุดขึ้นในใจเขา “ยังไม่ถึงสิบไม้เรียว แต่โลหิตดำที่เขากระอักออกมากลับมีจำนวนชวนให้หวาดหวั่น”
“ขันทีหลิว อาการของอดีตรัชทายาทผิดปกติยิ่งนัก พวกเราควรกราบทูลฝ่าบาทโดยเร็ว แล้วให้คนไปเชิญหมอหลวงมา ฝ่าบาทไม่เคยตรัสว่าจะประหารอดีตรัชทายาท… หากอดีตรัชทายาทสิ้นใจในมือพวกเรา ผู้ใดก็แบกรับความผิดนี้ไม่ไหว”
ทว่าขันทีหลิวกลับคิดว่าเหลียงอวี่หวงแสร้งตายเพื่อข่มขู่เขา
เขาจึงเดินไปตรงหน้าเหลียงอวี่หวง ยกเท้าเตะท่อนแขนอีกฝ่ายเบา ๆ “อย่ามาแสร้งตายต่อหน้าข้า… ข้าบอกเจ้าไว้เลยว่าไม้นี้ใช้ไม่ได้ผล”
“หากไม่อยากทนทุกข์ ก็รีบบอกชื่อพรรคพวกของเจ้าออกมาเสีย…”
แขนของเหลียงอวี่หวงห้อยตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ทหารรักษาพระองค์ที่ควบคุมตัวเขาไว้ค่อย ๆ สัมผัสได้ว่าอุณหภูมิร่างกายของเขากำลังเย็นลงทีละน้อย
พวกเขาต่างตกใจ “แย่แล้ว อุณหภูมิร่างกายของเขากำลังลดลงเรื่อย ๆ”
มีเพียงคนใกล้สิ้นใจเท่านั้นที่อุณหภูมิร่างกายจะลดต่ำลงถึงเพียงนี้
เปลือกตาของขันทีหลิวกระตุก เขาสูดหายใจเย็นเยียบ ก่อนจะรีบนั่งยองลงตรวจลมหายใจของเหลียงอวี่หวง
ใครจะคิดว่าเมื่อปลายนิ้วสัมผัสลงไป กลับพบเพียงความเย็นยะเยือก
เขาตกใจจนก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
“ไม่… ไม่มีลมหายใจแล้วหรือ?”
