บางทีตั้งแต่แรกเริ่ม นางก็ถูกมองเป็นหมากตัวหนึ่งที่ใช้ค้ำจุนตระกูลเซียวให้ผงาดขึ้นสู่ความรุ่งเรือง
ด้วยเหตุนี้ ภายในใจเซียวไต้จึงเปี่ยมด้วยความแค้น
นางมิได้แค้นเพียงเหลียงเหวินคัง เหลียงอวี่หวง และเหลียงหนีหวงเท่านั้น หากยังแค้นคนตระกูลเซียวเป็นพิเศษ
คนตระกูลเซียวทุกคน ล้วนเป็นผู้ที่นางเกลียดเข้ากระดูกดำ
ในเมื่อนางถูกลิขิตให้มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ นางก็จะลากทุกคนไปฝังร่วมกับนางด้วย
ตระกูลเซียวเดินมาถึงขั้นนี้ ล้วนเป็นผลจากการกระทำของพวกเขาเอง พวกเขาสมควรไร้ทายาทสืบสกุล
นางไม่มีวันยอมมองเซียวจื่ออวี้หนีรอดไปต่อหน้าต่อตา
“หลายสิบปีมานี้ ตระกูลเซียวแอบสร้างกองกำลังลับไว้ไม่น้อย ดังคำกล่าวที่ว่า แม้อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ต่อให้กำลังเหล่านั้นช่วยคนตระกูลเซียวทั้งหมดไว้ไม่ได้ แต่ช่วยเซียวจื่ออวี้เพียงคนเดียวย่อมเหลือเฟือ”
“ท่านย่า ไม่ต้องปฏิเสธต่อไปแล้ว ยิ่งทำเช่นนี้ยิ่งดูเสแสร้ง หรือท่านกลัวว่าข้าจะป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไป จนตัดหนทางรอดของเซียวจื่ออวี้หรือ?” เซียวไต้หาได้ใส่ใจสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเซียวที่มืดครึ้มลงไม่
นางสนใจเพียงความสะใจของตน ส่วนผู้อื่นจะกลัดกลุ้มขุ่นเคืองเพียงใด นางหาได้ใส่ใจไม่
นางเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว หนทางรอดเหลืออยู่น้อยนิด จะให้นางอดกลั้นความรู้สึกของตนได้อย่างไร?
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวลนลานจนสิ้นท่า แขนสั่นเทาพลางชี้ไปยังเซียวไต้ “ข้าว่าเจ้าคงเสียสติไปแล้ว ใครก็ได้ จับนางมัดไว้เดี๋ยวนี้ อุดปากนางเสีย อย่าให้นางส่งเสียงเพ้อเจ้ออีก!”
