เรียกถิงเยี่ยนไปถิงเยี่ยนมาเสียสนิทสนม ไม่รู้เรื่องคงนึกว่าพวกเขาสองคนต่างหากที่เป็นแม่ลูกกัน
ส่วนบุตรแท้ ๆ อย่างเขากลับกลายเป็นคนนอก
หยุนเซิ่นรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง
เขาไม่รู้จริง ๆ ว่ามารดาชอบเซียวถิงเยี่ยนตรงไหน
ก็แค่ชายชรา ท่านวัวแก่กินหญ้าอ่อน ยังคู่ควรกับหนูสี่อีกหรือ?
หยุนเซิ่นขุ่นเคืองอยู่ในใจ ทว่าสีหน้ากลับยังคงสงบนิ่ง ไร้คลื่นอารมณ์
เขารินน้ำชาอีกถ้วย วางลงข้างมือหลิวซื่อ
หลิวซื่อถามหยุนเซิ่นขึ้นกะทันหันว่า “จริงสิ อาเคอเล่า นางอยู่ที่ใด? ข้ามีเรื่องจิปาถะภายในจวนที่ต้องบอกนางสักหน่อย เจ้าให้คนไปเรียกนางมาที”
หยุนเซิ่นหลบสายตาหลิวซื่อ ก่อนตอบเสียงเบาว่า “ลูกก็ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใด ประเดี๋ยวลูกจะให้คนไปเรียกนางมา”
สิ้นเสียงเขา พลันมีเสียงดังตุบมาจากตรงตู้หนังสือ
หลิวซื่อขมวดคิ้ว “เสียงอะไร?”
สีหน้าเซียวถิงเยี่ยนเปลี่ยนไป เขาลุกขึ้นทันทีแล้วเดินไปยังตู้หนังสือ
“เสียงเหมือนจะดังมาจากในตู้หนังสือ?”
หยุนเซิ่นลุกขึ้นยืน ขวางหน้าเซียวถิงเยี่ยนไว้ เขายกมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พลางมองเซียวถิงเยี่ยน “เยี่ยนอ๋องอย่าตื่นตูมไปเลย...ตู้หนังสือแคบเพียงนี้ จะซ่อนสิ่งใดได้? คงมีเพียงพวกหนูซ่อนอยู่ในตู้ กำลังกัดกินตำราของข้าอยู่กระมัง”
“บางทีห้องหนังสือไม่ได้ทำความสะอาดมานาน จึงดึงดูดสัตว์พวกนี้เข้ามา อีกสักครู่ข้าจะให้บ่าวมาทำความสะอาดห้องหนังสือให้ทั่วสักครั้ง”
