“เจ้าหนีออกมาจากค่ายกลมายาของเซิ่งกุยได้อย่างไรกัน?”
“แล้วพวกเขาเล่า ยามนี้ยังอยู่ในค่ายกลหรือไม่?”
สือไห่ตัวสั่นงันงก ยกมือปิดหน้า ก่อนจะร่ำไห้อย่างเจ็บปวด
“เซิ่งกุยผลักบิดาของข้าไปตรงหน้าเซียวหลิง คิดจะให้เซียวหลิงดูดเลือดจากร่างบิดาจนหมด บิดาของข้าดิ้นรนสุดชีวิต อาศัยจังหวะที่พวกเขาไม่ทันระวัง หนีออกจากการควบคุมของพวกเขา แล้วใช้ร่างตนเป็นโล่ ผลักข้าออกมาจากค่ายกล”
“เมื่อข้าออกจากค่ายกล ก็เห็นตระกูลสือทั้งตระกูลจมอยู่ในกองเพลิง ข้าไม่รู้ว่าบิดาสิ้นชีพแล้วหรือยัง...องค์รัชทายาท ข้าวิงวอนพระองค์ โปรดส่งคนเข้าไปช่วยบิดาของข้าออกมาโดยเร็วเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“บิดาของข้าละทิ้งความมืดมาสู่แสงสว่าง หันมาสวามิภักดิ์ต่อองค์รัชทายาท พวกเราล้วนเป็นคนของพระองค์ ขอองค์รัชทายาทโปรดเมตตาช่วยบิดาของข้าด้วย ข้าขอโขกศีรษะให้พระองค์ ขอเพียงช่วยบิดาออกมาได้ ต่อให้ต้องสละชีวิตนี้ ข้าก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”
ทว่าเสียงของเขายังไม่ทันขาดคำ จู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากที่ไม่ไกล
ทุกคนหันไปมองด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
แล้วก็เห็นเปลวไฟนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมาจากจวนสือ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา
ตระกูลสือถูกระเบิดจนพินาศย่อยยับ
คลื่นความร้อนโหมซัดเข้าใส่หยุนหลวนและคนอื่น ๆ
เซียวถิงเยี่ยนโอบเอวหยุนหลวนไว้ทันที ก่อนจะถอยหลบออกไปไกลกว่าสิบเมตร
เหลียงอวี่หวงเองก็หลบคลื่นความร้อนภายใต้การคุ้มกันของเฉิงเฟิงและองครักษ์คนอื่น ๆ
