เดิมทีแววตาของเหลียงอวี่หวงสงบนิ่ง ทว่าบัดนี้กลับเริ่มมีคลื่นอารมณ์ไหววูบ
เขาจ้องนางเขม็ง ดวงตาคู่นั้นค่อย ๆ แดงก่ำ “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าลบหลู่เสด็จแม่...”
ฮองเฮาเซียวไต้มีแต่ความเหยียดหยามและเย้ยหยันเต็มใบหน้า “เปิ่นกงก็ลบหลู่นาง ด่าทอนางแล้ว เจ้าจะทำอะไรเปิ่นกงได้? บัดนี้มือเท้าของเจ้าถูกโซ่เหล็กพันธนาการไว้ เจ้ามิใช่รัชทายาทแห่งแคว้นเหลียงอีกต่อไปแล้ว มีสิ่งใดมาเป็นทุนต่อกรกับเปิ่นกง?”
“เปิ่นกงจะบอกให้รู้ไว้ เหลียงอวี่หวง ยามนี้เจ้าเป็นเพียงหนอนแมลงวันที่เน่าอยู่ในกองอุจจาระ... เปิ่นกงอยากฆ่าเจ้าเสีย แต่ยังกลัวว่ามือของตนจะเปรอะเปื้อน”
เหลียงอวี่หวงเดือดดาลยิ่งนัก เขาพลันลุกขึ้น หมายยื่นแขนไปบีบคอฮองเฮาเซียวไต้
ฮองเฮาเซียวไต้กลับไม่ยี่หระ มิได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย
นางยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เหลียงอวี่หวงทำหน้าบิดเบี้ยวแล้วพุ่งเข้าหา
ทว่าในยามที่มือของเหลียงอวี่หวงกำลังจะสัมผัสลำคอนาง โซ่ที่คล้องมือเขาพลันตึงรั้ง ขัดขวางการเคลื่อนไหว
มือเท้าทั้งสี่ของเขาล้วนถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้ เพียงขยับเล็กน้อย โซ่เหล่านั้นก็ส่งเสียงกระทบกันกรุ๋งกริ๋ง นอกจากจะจำกัดการเคลื่อนไหวแล้ว ยังทำให้เขาดูอเนจอนาถสิ้นหวังราวกับสุนัข
ฮองเฮาเซียวไต้หัวเราะเยาะ พลางมองเหลียงอวี่หวงอย่างดูแคลน
“บัดนี้เจ้าเป็นเพียงนักโทษ คิดว่ายังมีสิ่งใดมาต่อกรกับเปิ่นกงได้อีก?”
“เหลียงอวี่หวง หากเปิ่นกงคิดจะฆ่าเจ้า ก็เพียงขยับนิ้วเท่านั้น หากรู้จักสถานการณ์ ก็รีบกัดลิ้นฆ่าตัวตายเสีย จะได้ไม่ต้องให้เปิ่นกงลงมือจนมือเปรอะเปื้อน”
