เขามิได้จงใจระแวดระวังพวกนาง หรือคิดปิดบังพวกนาง
เพียงแต่เขารู้สึกว่า ไม่อาจพึ่งพาหยุนหลวนและคนอื่น ๆ ได้ทุกเรื่อง
เขาถูกกำหนดให้ต้องแบกรับแผ่นดินแคว้นเหลียง เช่นนั้นก็จำต้องเติบโตและเรียนรู้การวางแผน ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด
บางครั้ง ชีวิตคนเราก็ไม่ต่างจากกระดานหมาก
เขาต้องเป็นผู้เดินหมาก มิใช่ถูกควบคุม ถูกมองเป็นหมากตัวหนึ่ง และเป็นผู้พ่ายแพ้ที่ชีวิตถูกผู้อื่นชักใย
หยุนหลวนมองเหลียงอวี่หวงด้วยแววตาซับซ้อน
นางมิได้หมายความว่าจะตำหนิเขา
เมื่อเขามีความสามารถถึงเพียงนี้ รู้จักเตรียมการล่วงหน้าและลงมือทำเรื่องต่าง ๆ ไว้มากมาย นางควรจะโล่งใจและยินดีด้วย
ทว่าเหลียงอวี่หวงระแวดระวังนางกับเซียวถิงเยี่ยนจริง ๆ หลังจากกุมอำนาจการปกครองไว้ในมือ
แต่หากมองจากจุดยืนของนาง หากนางอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเหลียงอวี่หวง ก็คงไม่ไว้ใจพวกเขาอย่างหมดใจ และย่อมระแวดระวังเช่นกัน
ลองสลับมุมมองกันดูแล้ว เรื่องเหล่านี้หยุนหลวนเข้าใจได้
แต่นางก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี ที่เหลียงอวี่หวงระแวดระวังพวกเขาเช่นนี้
จากนิสัยอ่อนโยนมีเมตตา ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นคนที่รู้จักวางแผนและหยั่งใจผู้คน… เขาเปลี่ยนไปจริง ๆ จนหยุนหลวนรู้สึกแปลกหน้า
แต่หากเขารักราษฎรราวกับบุตรจริง ๆ
ไม่ว่ากลอุบายของเขาจะเฉียบขาดเย็นชาเพียงใด ก็หาใช่เรื่องเสียหายไม่
หยุนหลวนไม่อยากยืดเยื้อเรื่องนี้ในยามคับขัน เพราะไม่มีประโยชน์อันใดต่อนาง
ยามนี้สิ่งสำคัญคือจับเซิ่งกุยให้ได้โดยเร็ว
“อย่างไรเสียก็เป็นราชกิจของแคว้นเหลียง เจ้าจัดการตามที่เห็นสมควร ย่อมไม่มีผู้ใดตำหนิ”
“คำขอของข้ามีไม่มาก ข้าจะขอยุ่งเกี่ยวเพียงเรื่องเซิ่งกุยกับเหลียงเหวินคัง ส่วนเรื่องอื่น ข้ากับอาเยี่ยนจะไม่ซักถามให้มากความ เจ้าวางใจเถิด พวกเราจะไม่ฉวยโอกาสยามวุ่นวายเข้าควบคุมอำนาจของแคว้นเหลียง”
