หยุนหลวนสูดลมหายใจเย็นเยียบ นางก็รู้อยู่แล้วว่าเซิ่งกุยอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจพาตัวนางมาที่นี่ ย่อมมีความประสงค์ที่ไม่ธรรมดาแน่
คิดไม่ถึงว่าเขาจะมีเป้าหมายเช่นนี้
เพื่อแคว้นเหลียง เพื่อเหลียงอวี่หวง เขาช่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ จัดการทุกเรื่องไว้พร้อมสรรพ แม้แต่เรื่องในอีกหลายสิบปีข้างหน้าก็ยังคิดเผื่อไว้แล้ว
หากคนผู้นี้คิดเป็นศัตรูกับพวกนางจริง ๆ
เกรงว่านางกับอาเยี่ยนคงมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา
เฝิงอี้ขยับริมฝีปากอยู่หลายครา ใบหน้าซีดเผือดพลางมองเซิ่งกุย “ผู้อาวุโส ท่านทำเช่นนี้ดูจะบีบบังคับกันเกินไปแล้ว พระชายากับเยี่ยนอ๋องรักใคร่กัน ทั้งยังแต่งงานและมีบุตรด้วยกันแล้ว ท่านจะใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้พรากพวกเขาให้จากกันไม่ได้”
เซิ่งกุยมีสีหน้าหม่นคล้ำ มองเฝิงอี้อย่างเย็นชา “ทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนเพื่ออนาคตของแคว้นเหลียง เจ้าเข้าใจอะไรบ้าง?”
“ก่อนหน้านี้ข้าชมว่าเจ้าฉลาด ดูท่าคงประเมินเจ้าสูงเกินไป เฝิงอี้ จงมองสถานะของตนให้ชัดเจน เจ้าเป็นถึงเซิ่งหนี่ว์แห่งเผ่าอู๋กู่ของแคว้นเหลียง หน้าที่ของเจ้าในภายหน้าคือทุ่มเทกำลังทั้งหมดช่วยเหลือฮ่องเต้องค์ใหม่”
“ข้าไม่สนใจว่าวิธีการจะต่ำช้าหรือไม่ ขอเพียงได้ผลก็พอ วันนี้บทสนทนาระหว่างข้ากับองค์หญิงผู้พิทักษ์แคว้น เจ้าจงถ่ายทอดให้เหลียงอวี่หวงฟังทุกถ้อยคำ บัดนี้เจ้าออกเดินทางไปเมืองหลวงได้แล้ว จำไว้ว่าเจ้าต้องถอนพิษกู่ให้เขา ช่วยให้เขาพ้นจากอันตรายให้จงได้...”
เฝิงอี้มองหยุนหลวนราวกับมีคำพูดอยากเอ่ยแต่ก็หยุดไว้
