เหลียงอวี่หวงมองเซิ่งกุยอย่างเหลือเชื่อ ก่อนหัวเราะเยาะออกมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ? ไม่รู้สึกหรือว่าความคิดนี้เหลวไหลเกินไปแล้ว? เซิ่งกุย สมองเจ้ามีปัญหาหรืออย่างไร ถึงได้เอ่ยคำขอที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ออกมา?”
เซิ่งกุยไม่สนใจคำเย้ยหยันของเหลียงอวี่หวง เขายังคงถามย้ำทีละคำ
“เจ้าไม่ต้องสนว่าคำขอนี้ของข้าเหลวไหลหรือไม่ เพียงตอบข้ามาว่าเจ้าชอบนางหรือไม่ อยากให้นางเป็นฮองเฮาของเจ้าหรือเปล่า?”
“แค่พยักหน้าหรือส่ายหน้าก็พอ”
แววโกรธเกรี้ยววูบผ่านดวงตาของเหลียงอวี่หวง เขามองเซิ่งกุยอย่างเย็นชา
“เจิ้นไม่ได้ชอบหยุนหลวน และไม่คิดจะให้นางเป็นฮองเฮาของเจิ้น... เซิ่งกุย คราวนี้พอใจหรือยัง? ส่งมอบยาถอนพิษ แล้วให้นางจากไปเสีย... เจิ้นไม่อยากพูดเป็นครั้งที่สาม”
เซิ่งกุยเม้มริมฝีปาก ก่อนยิ้มบาง ๆ
เขาไม่สนใจแววโกรธเกรี้ยวที่เอ่อล้นในดวงตาของเหลียงอวี่หวง “ท่านไม่ได้พูดความจริง... อวี่หวง ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านคงเกลียดข้ามาก แต่เมื่อข้าทำการใหญ่สำเร็จ วันหนึ่งท่านจะขอบคุณข้า”
“ข้าเชื่อเสมอว่าไม่ว่าเรื่องใด หากลงมือทำก็ย่อมเป็นไปได้...”
ขณะกล่าว เขาก็หยิบขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
“ในขวดนี้บรรจุยาถอนพิษสำหรับเดือนแรกของหยุนหลวนเอาไว้ ต้องกินยานี้ก่อน จึงจะกินยาถอนพิษในภายหลังได้ เพื่อค่อย ๆ ขจัดพิษกู่ออกจากร่างนาง ยานี้มีเพียงขวดเดียว หากถูกทำลาย ต่อให้พวกเจ้าสังหารข้า ข้าก็ไม่มีวันปรุงยาถอนพิษขวดที่สองขึ้นมาอีก”
“อวี่หวง ข้าจะนับถึงสิบ หากครบสิบแล้วเจ้าและหยุนหลวนยังไม่ยอมรับคำขอของข้า ข้าจะฟาดขวดกระเบื้องกับกำแพง ทำลายยาขวดนี้ให้สิ้น หากไม่มียา หยุนหลวนจะมีชีวิตไม่พ้นยามไฮ่ของวันพรุ่ง... ควรเลือกอย่างไร ข้าขอมอบสิทธิ์ตัดสินใจไว้ในมือเจ้า เจ้าจงตัดสินใจเอง”
