สือชิงเหยียนมีสีหน้าเศร้าหมอง อารมณ์ของนางตกต่ำอย่างยิ่ง
นางถอนหายใจแผ่วเบา “บางที ในใจของเขาคงไม่มีที่ให้ข้าอยู่กระมัง มิฉะนั้นเขาคงไม่ทำเช่นนี้”
แววตาของเหลียนซินวูบไหว ก่อนเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คุณหนูอย่าเศร้าไปเลย...ถึงฝ่าบาทจะแต่งตั้งเฝิงซู่ชิงเป็นฮองเฮา ท่านก็ยังเป็นสตรีคนแรกของฝ่าบาทเสมอ ขอเพียงคุณหนูเอาใจฝ่าบาทไว้ให้ดี ก็จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างฝ่าบาทได้อย่างมั่นคง”
ดวงตาของสือชิงเหยียนเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตา นางเหม่อมองท้องฟ้าสลัวนอกหน้าต่าง
“ยามนี้ฝ่าบาทยังไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้ แล้วข้าจะมีโอกาสเอาใจพระองค์ได้อย่างไร”
หลายครั้งนางคิดจะไปเยี่ยมฝ่าบาทที่ตำหนักบรรทม
แต่น่าเสียดายที่ถูกขันทีเฝ้าประตูตำหนักขวางกลับมาทุกครั้ง
พวกเขากล่าวว่า หากไม่ได้รับอนุญาตจากฝ่าบาท ผู้ใดก็ห้ามเข้าไปด้านใน
ไม่ว่านางจะอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา หรือใช้เงินติดสินบน ขันทีเฝ้าประตูก็ไม่ยอมเปิดทาง
นางหมดหนทางอย่างแท้จริง
จู่ ๆ เหลียนซินก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ สายตากวาดมองท้องของสือชิงเหยียน ก่อนถามทีละคำว่า “คุณหนู...บ่าวขอถาม เดือนนี้ประจำเดือนของท่านมาหรือยัง”
สือชิงเหยียนชะงักงัน ดวงตาเต็มไปด้วยความฉงนขณะมองเหลียนซิน
“ประจำเดือนหรือ เดือนนี้ยังไม่มา คงต้องรอจนถึงสิ้นเดือน...”
เหลียนซินคว้ามือนางไว้ด้วยความตื่นเต้น แววตาเผยความคาดหวังอยู่เล็กน้อย “บ่าวคอยนับวันอยู่ตลอด นับจากวันที่คุณหนูร่วมเรียงเคียงหมอนกับฝ่าบาท ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว พอถึงสิ้นเดือนก็น่าจะครบหนึ่งเดือนพอดี...วันนั้นยังเป็นวันอภิเษกของฮ่องเต้กับฮองเฮาอีกด้วย...คุณหนูลองคิดดูสิ หากถึงสิ้นเดือนแล้วประจำเดือนยังไม่มา...”
